OneForTheRoad_00

รวม 5 ข้อคิดจาก One for the Road เมื่อมนุษย์ทุกคนเคยทำผิดพลาด

มาถึงวันนี้เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงได้ไปสัมผัสผลงานล่าสุดของ ผู้กำกับมือดีออย่างคุณ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ใน One for the Road กันมาแล้ว ซึ่งจากกระแสก็มีทั้งคนที่ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้างตามประสาหนังเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนคิดเหมือนกันก็คงเป็นในเรื่องงานด้านภาพที่สวยจนเป็น Wallpaper ได้ ประกอบกับเพลงประกอบภาพยนตร์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี จนทำให้การเสพงานศิลป์ในเรื่องช่างเป็นอะไรที่แฮปปี้มากๆ ซึ่งนอกจากนี้ส่วนตัวก็ยังชอบในบทของภาพยนตร์ที่มีความซับซ้อนน่าสนใจ และมีประเด็นมากมายที่น่าค้นหาอยู่ไม่น้อยเลย

เมื่อเราได้ลองแกะประเด็นต่างๆ ในหนังออกมาแล้ว ก็พบว่ามีหลายข้อคิดที่น่าสนใจมากที่ได้มาจากหนังเรื่องนี้ เพราะจริงๆ แล้วเนื้อแท้ของหนังก็พูดถึงความไม่สมบูรณ์ และความผิดพลาดจากความเป็นมนุษย์ เพราะถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าไม่มีตัวละครไหนที่ดีร้อยเปอร์เซ็น และต่างคนก็ต่างก็เคยทำพลาดด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่แต่ละคนจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้นได้อย่างไร วันนี้เราเลยอยากหยิบเอาข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ มาลองเล่ากันดูว่าสิ่งที่ได้มานั้นอะไรบ้าง ลองมาดูกัน

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

จะขอโทษใคร ให้แน่ใจว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง

แม้ว่าพล็อตเรื่องของหนังจะดูเป็นการเดินทางของ อู๊ด ที่เดินทางไปบอกลาแฟนเก่าส์ของเขา ก่อนที่เขากำลังจะตายจากโรคมะเร็งที่เป็นมรดกมาจากพ่อ ซึ่งในแต่ละการเดินทางนั้น เราก็จะเห็นการตอบรับในหลายๆ รูปแบบของแฟนเก่าที่เขาได้เผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการได้เคลียร์ใจกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น การโดนด่าไม่ได้รับการต้อนรับ ไปจนถึงการที่ไม่ยอมแม้แต่จะเจอหน้ากันอีกครั้ง 

ซึ่งหากดูเผินๆ การเดินทางครั้งนี้เหมือนจะเป็นการทำเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่ตัวเองก่อขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับเป็นการทำเพื่อล้างความผิดแค่ในใจตัวเองเท่านั้น และเพื่อให้ตัวเองได้รู้สึกสบายใจ ที่ได้รับอะไรบางอย่างก่อนที่จะได้จากไปอย่างสงบ ทั้งการพบเจอกับหนูนาที่ทำให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำเอาไว้นั้นไม่สามารถให้อภัยได้ และในตอนที่เขาแยกจากไป ก็ทำให้เธอยังต้องเสียใจหนักอีกครั้ง 

หากพิจารณาแล้ว ก็คงจะมีแค่เพียงกับบอส ที่ดูเหมือนจะเป็นการที่เขาพยายามแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง (แต่ส่วนนึงก็เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย) ด้วยการเล่าความจริงให้เขาได้รับรู้ และพยายามทำให้เขาคืนดีกับพิมให้ได้ จริงๆ สถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละครของ ออกแบบ ในหนังอย่าง ฮาวทูทิ้ง เท่าไรนัก ที่การไปขอโทษแฟนเก่าของเธอนั้น สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มากไปกว่าการทำให้ตัวเองสบายใจ และไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป

เพื่อนก็คือเพื่อน อย่าคิดไปเอง

จุดเซอร์ไพร์สของเรื่องราวใน One for the Road นั้นก็คือการที่ได้รู้ว่า อู๊ด นั้น ได้รู้จัก พิม มาก่อนในช่วงที่ทุกตัวละครนั้นอยู่ที่ New York และเขาก็แอบชอบ พิม มาโดยตลอด โดยที่รู้ว่า พิมก็มีแฟนอย่าง บอส อยู่แล้ว จนกระทั่ง บอส และ พิม ดันเกิดทะเลาะกันขึ้นมาอย่างรุนแรง จนถึงขั้นต้องแยกกันอยู่ เขาจึงหวังที่จะเข้าไปแทนที่ บอส ด้วยการทำดีกับ พิม ทั้งการให้ที่อยู่ ให้ความช่วยเหลือต่างๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งที่ พิม กำลังจะไปแข่งบาร์เทนเดอร์ที่เวกัส เขาก็ได้มอบของขวัญสุดพิเศษกับ พิม ซึ่งเธอก็ดีใจมากๆ และเขาตัดสินใจจูบเธอ

แต่ปัญหาคือ พิม ยังลืม บอส ไม่ได้ และไม่ได้ชอบพอกับ อู๊ด (หรืออาจจะเป็นได้ในอนาคต ถ้าเขาไม่ได้ทำตัวงี่เง่าเสียก่อน) ในจุดนี้ พิม ก็ได้บอกชัดว่า เธอคิดกับเขาก็แค่เพื่อนเท่านั้น สิ่งที่เขาทำให้เธอก็ขอบคุณสำหรับสิ่งเหล่านั้น แต่เธอก็เข้าใจว่านั่นคือสิ่งที่เพื่อนทำให้แก่กัน มีเพียงแต่ อู๊ด เท่านั้นที่คิดไปเอง มันเลยทำให้ในทุกความสัมพันธ์เราอาจต้องกลับมาทบทวนให้ดีก่อน และอย่าไปฉวยโอกาสกับคนที่เพิ่งมีสภาพจิตใจที่ยังไม่สมบูรณ์พอ เพราะเขาย่อมหาที่พึ่งพิง และหาความช่วยเหลือบางอย่างเวลามีปัญหา 

แต่กลับลืมมองความเป็นจริงว่า จริงๆ แล้ว เพราะพิม ไม่มีที่อยู่ เธอจึงต้องหาที่อยู่ เพราะเธออยากเป็นบาร์เทนเดอร์ การที่เขาพาไปพบกับพี่ที่รู้จัก มันจึงเป็นโอกาส เพราะเธอชอบแก้วเช็คเป็นอย่างมาก เธอจึงขอบคุณเขาด้วยความจริงใจ แต่ทั้งหมดนี้เธอทำเพราะเธอก็มีเหตุผลทั้งนั้น เพียงแต่เหตุผลนั้นมันไม่ได้แปลว่าเธอชอบ อู๊ด หรือเธอรักอู๊ด เพียงแต่เธอเห็นทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เพื่อนทำให้กันด้วยความเป็นเพื่อนด้วยความจริงใจ แต่การคิดไปเองอย่างเห็นแก่ตัว และการแสดงออกทางความคิดของ อู๊ด หลังจากที่ผิดหวัง ก็ยิ่งเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ลงไป พร้อมทั้งทำให้เธอได้เห็นว่าจริงๆ เขาเป็นคนยังไงกันแน่

อารมณ์ชั่ววูบ ไม่คุ้มค่ากับความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ของ พิม และ บอส นับเป็นอีกความสัมพันธ์ที่ผ่านอะไรด้วยกันมามาก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกัน การได้รู้จักกันมากขึ้้นเรื่อยๆ ทั้งคู่ได้แชร์เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตร่วมกัน ทั้งปัญหาใหญ่ที่เป็นปมในชีวิต ความฝันที่อยากจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ด้วยกัน จนกระทั่งทั้งคู่ก็ได้ทำความฝันส่วนนึงให้เป็นจริงได้ จากการที่ได้มาอยู่ที่ New York ร่วมกัน 

แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีปัญหา และย่อมมีการต้องปรับตัวจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อทั้งคู่ไม่ได้คุยกันและไม่เข้าใจกัน ก็ยิ่งทำให้ปัญหาที่มีทั้งพอกพูนมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งความลับบางอย่างของ พิม ก็เปิดเผยออกมา ซึ่งหากลดการใช้อารมณ์ และฟังดูถึงเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็จะรู้สึกได้ไม่ยากเลยว่า แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย เพราะแม้ว่า พิม จะรับเงินมาจากแม่ของบอสจริง แต่จุดประสงค์ของเธอนั้นก็ไม่ใช่ว่าเธอต้องการเงินเพื่อตัวเธอเองเพียงอย่างเดียว คือจริงอยู่ที่เงินก้อนนี้จะช่วยเติมเต็มความฝันของเธอได้ แต่เงินก้อนนี้ก็ทำให้เธอได้มาใช้ชีวิตร่วมกับบอสเหมือนกัน 

ทำให้อารมณ์ชั่ววูบของทั้งคู่ที่เกิดขึ้น รวมถึงความเมาของบอสด้วย เลยทำให้สถานการณ์ทุกอย่างแย่ลง ไปจนถึงขั้นเลิกกัน จากการสนทนากันแค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น จนเป็นเหตุทำให้ทั้งคู่ต้องแยกกันไป ทั้งๆ ที่แต่ละฝ่ายต่างก็ยังรู้สึกดี และคิดถึงความรักที่ยังมีต่อกันอยู่ แต่ด้วยเหตุบางอย่างก็ทำให้กลับมาหากันไม่ได้ และเสียช่วงเวลาที่ควรจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกหลายปี เพียงเพราะการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเท่านั้นเอง

คนในอดีต อาจไม่ได้มีความทรงจำเดียวกับเรา

ทุกความสัมพันธ์ที่จบลงนั้น ย่อมต้องมีสักฝ่ายเสียใจหรือไม่ก็เสียใจไปทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะนานสักเท่าไร ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะลืมความทรงจำเหล่านั้นไปได้ คนที่ทำใจได้แล้ว อาจจะมองอดีตเป็นแค่เรื่องธรรมดาสักเรื่อง แต่กลับอีกคนอาจจะเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันลืม การกลับไปหาแฟนเก่าส์ก่อนตายแบบตัวละครในหนัง เลยกลายเป็นเสมือนฝันร้ายของอีกฝ่าย ที่ต้องกลับมานึกถึงความทรงจำที่ไม่อยากนึกถึงอีกครั้ง ซึ่งพอคิดได้แบบนี้ความโรแมนติคก็หายไปในทันที

ดูอย่างตัวละคร นูน่า ที่กลายมาเป็นดาราตามทีฝัน แต่กลับมีความทรงจำสุดเลวร้าย ในขณะที่แคสตัวในงานปาร์ตี้ (ที่ไม่รู้ว่าความจริงเป็นแบบนั้นหรือไม่) แต่เธอต้องมาเห็นคนที่มาแคสเธอโดนรุมยำซ้อม จนกลายเป็นภาพจำที่ไม่อยากนึกถึงอีก การเดินทางของ อู๊ด จึงกลายเป็นการเปิดแผลนี้แบบเต็มๆ อีกครั้ง รวมถึงตัวละครอย่าง รุ้ง ที่เราไม่รู้หรอกว่าในระหว่างที่เลิกกันนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ชัดเจนว่า เธอแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่อยากเจอ ในขณะที่อู๊ดเองกลับมีภาพวาดในความฝันว่าจะได้เจอกันอย่างมีความสุข ได้พูดคุยกันอีกครั้งแบบเป็นมิตร ทั้งๆ ที่สิ่งที่อีกฝ่ายคิดนั้น กลับเป็นสิ่งที่ตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

จะเปลี่ยนตัวเองเริ่มได้เลย ไม่ต้องรอใกล้ตาย

OneForTheRoad_05

ทุกอย่างคงจะไม่วุ่นวายเช่นนี้ หาก อู๊ด คิดที่จะแก้ปัญหาทุกอย่าง และชดเชยความผิดต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอตัวเองเป็นโรคแล้วจะตาย เพราะตลอดเรื่องเราจะเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างเห็นแก่ตัว และคิดถึงแต่ตัวเองก่อน จากการกระทำและทัศนคติต่างๆ ที่แสดงออกมา ถึงว่า พิม จะเคยบอกเขาว่า เขานั้นเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นก่อน แต่นั่นก็สิ่งที่เขาทำเพื่ออยากได้ใจของพิมเท่านั้น หรือแม้แต่เรื่องที่ทิ้งความฝันทำบาร์ร่วมกับบอส และเลือกแฟนมากกว่า ก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนอย่างไร

แต่เมื่อใกล้ตายขึ้นมา เขาอยากที่จะปลดความทุกข์ที่คาใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ต้องรอจนชีวิตเกิดวิกฤตหรือใกล้ตายก็สามารถดวงตาเห็นธรรมได้ เพียงแค่ใช้เวลานึกถึงสิ่งที่เราได้ทำลงไป ว่ามีใครได้รับผลกระทบ และเราจะแก้ไขยังไงได้บ้าง เพราะบางครั้งการรอที่จะแก้ไข เมื่อต้องใกล้ตาย หลายๆ เรื่องมันก็สายเกินไป ในการเปลี่ยนแปลงตัวเองและบางเรื่องมันก็คงกระทบกับชีวิตของคนอื่นมากเกินไปแล้ว