Independence Day: Resurgence (2016)

ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก

Independence Day: Resurgence Poster
7.5/10

คะแนน
โกดังหนัง

การกลับมาอีกครั้งของไอดีโฟร์ ที่ทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิมทุกประการ ถึงทุกอย่างจะดูเชย แต่หนังก็ดูสนุก ได้หวนรำลึกถึงวันเก่าๆ ในหลายๆ ฉากมากๆ

หมวดหมู่ : Action Adventure Sci-Fi
สัญชาติ : American
กำกับโดย : Roland Emmerich
ความยาว : 2 ชั่วโมง 0 นาที
นักแสดงนำ : Liam Hemsworth, Jeff Goldblum, Bill Pullman

คำคมจากภาพยนตร์

“They like to get the landmarks..”
“พวกมันนี่ชอบทำลายสถานที่สำคัญจริงๆ“

เรื่องย่อ

หลังจากเหตุการณ์ยานต่างดาวขนาดยักษ์บุกโลกเมื่อ 20 ปีก่อน ดูเหมือนว่าเหล่าเอเลี่ยนจะยังไม่ยอมรามือ แต่พวกมันยังรอโอกาสที่จะกลับมาอีกครั้ง แต่ฝั่งมนุษย์เองนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่มีการเตรียมการการป้องกันตัวอยู่เช่นกัน โดย เดวิด เลวินสัน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์ ก็ดันตรวจพบสัญญาณการกลับมาของบรรดาต่างดาว จนทำให้ทางกองกำลังจากโลกที่เตรียมการเอาไว้ ต้องออกมาช่วยกันแก้สถานการณ์และต่อกรกลับพวกมันอีกครั้งในวันชาติของพวกเขา

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Independence Day: Resurgence เป็นหนังภาคต่อจากตำนานยุค 90s อีกเรื่อง ที่โดนกระแสถล่มยับมากๆ แต่ส่วนตัวกลับเป็นเรื่องที่มีความรู้สึกสวนทางมากๆ ด้วยความผ่านไป 20 ปี แต่ตัวหนังก็ยังเก็บเอาความรู้สึกที่เคยชอบในตอนนั้น เอามาใส่ไว้ในภาคต่อนี้หมด แม้ว่าจะน่าเสียดายที่ไม่ได้ Will Smith กลับมา แต่ดาราคนอื่นๆ ที่รับไม้ต่อและทำหน้าที่แทนกันได้อย่างเต็มที่ จนได้ความรู้สึกเดิมๆ กลับมาแบบเต็มเปี่ยม จริงๆ คนที่เคยชอบภาคแรกก็คิดว่าน่าจะชอบภาคนี้กันนะ เพราะโทนมันเหมือนกันเกือบหมดเลย ทั้งมุข ทั้งฉากแอคชั่น ทั้งของเก่าที่เอามาใช้ มันเลยได้ฟิลลิ่งเดิมมากๆ แต่หากไม่เคยดู Independence Day มาก่อน ก็อยากให้กลับไปดูภาคแรกมาก่อนก็น่าจะดี ใครที่ชอบหนังสไตล์โลกแตกสลายแบบ The Day After Tomorrow, 2012 ของผู้กำกับคนนี้แล้ว เรื่องนี้ก็ถล่มเละเทะเหมือนกันเลย

  • สายหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก
  • สายหนังแอคชั่นอวกาศ
  • สายหนังแอคชั่นภาคต่อ

รีวิว / สรุปเนื้อหา

Independence Day หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อว่า ID4 สงครามวันดับโลกนั้น เป็นอีกตำนานของหนังแอคชั่นปะทะมนุษย์ต่างดาวอีกเรื่องของคนยุค 90s เลยก็ว่าได้ ด้วยขนาดยานใหญ่ระดับมหึมา ความเท่ของแต่ละตัวละครในเรื่อง และฉากถล่มโลกสุดมันส์ ก็ทำให้มันเป็นหนังขึ้นหิ้งของใครหลายคนได้ไม่ยาก จนกระทั่งผ่านมา 20 ปี ก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าตำนานนี้จะกลับมาอีกครั้ง ใน Independence Day: Resurgence ที่ได้ทั้งผู้กำกับคนเดิม พร้อมกับทีมดาราหน้าเดิม จนทำให้รู้สึกเหมือนได้เจอกับเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนานเลยจริงๆ

ในพาร์ทของเนื้อเรื่องก็ต้องยอมรับว่ามันอาจจะง่อยๆ ไปนิด คือบทมันเรียบง่ายตามสไตล์หนังยุค 90s เลย ก็คือทีมต่างดาวกลับมาอีกครั้ง และทีมมนุษย์ก็ต้องกลับไปต่อสู้อีกครั้ง โดยมีจากหลายๆ มุมมองที่เชื่อมโยงกัน ทั้งบนสถานีอวกาศ แก๊งทหารเครื่องบินรบ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ประธานาธิบดี และกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรมากนัก ที่แต่พาร์ทก็มีมุมที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง ซึ่งแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เข้มข้นหวือหวา แต่ทว่ามันก็ยังพอดึงความสนใจจากคนดูได้อยู่กับในสิ่งที่ตัวละครแต่กลุ่มนั้นต้องเผชิญ

ฉากแอคชั่นของหนังเน้น CG จัดหนักตามสไตล์ของผู้กำกับ Roland Emerich ที่สรรหาวิธีมาถล่มโลกให้พินาศอยู่เสมอ ฉากถล่มของเรื่องนี้ก็จัดว่าทำได้ดีตามมาตรฐานของเขา การได้เห็นโลกโดนวิกฤตระดับเล่นใหญ่ก็นับว่าเป็นอะไรที่ดูสะใจมากๆ ในส่วนของเอเลี่ยนเองก็มีลูกเล่นมากขึ้น ตัวนางพญาก็ทำออกมาได้อลังการดีจริงๆ สารพัดมุขต่างๆ ในหนังก็ทำออกมาได้คลาสสิคสุดๆ หนังหยิบเอากิมมิคต่างๆ จากภาคเดิมมาใช้ได้อย่างดี ชวนคิดถึงมากๆ จนเรียกได้ว่าใครชอบภาคที่แล้วก็น่าจะชอบภาคนี้กันแหละ เพราะหลายๆ อย่างมันดูเหมือนเดิมแทบจะทุกประการเลย จนก็ยังแอบบสงสัยว่าทำไมคะแนนของหนังมันช่างน้อยจัง

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • ด้วยค่าตัวที่สูงถึง $50 ล้านสำหรับภาคต่อ 2 ภาค เลยทำให้สตูดิโอไม่ยอมจ่ายเพื่อให้ Will Smith กลับมารับบท Captain Steven Hiller อีกครั้ง ตัวละครนี้เลยโผล่มาแค่เป็นรูปในฉากแรกๆ เท่านั้น พร้อมกับบอกว่าตัวละครนี้ตายไปแล้ว
  • Liam Hemworth เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหนังเคยหยุดถ่ายไปถึง 4 วันเนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน ที่ทีม Production ตังหมด ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เพราะหนังได้ทุนสร้างถึง $165 ล้าน มากกว่าภาคแรกถึง $90 ล้านเลยทีเดียว
  • นี่คือหนังภาคต่อเรื่องแรกของผู้กำกับจอมทำลายล้าง Roland Emmerich