12 หนังที่โดนใจแห่งปี 2025 By โกดังหนัง
นี่เป็นปีที่ดูหนังเยอะขึ้นกว่าปีก่อน แต่ถ้าหาที่ชอบและถ … <a href="https://kodungmovie.com/blog/12-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2025-by-%e0%b9%82%e0%b8%81/">Continued</a>
นี่เป็นปีที่ดูหนังเยอะขึ้นกว่าปีก่อน แต่ถ้าหาที่ชอบและถูกใจมีความหลากหลายได้น้อยมาก แต่ลิสต์ที่เราเลือกมา ส่วนใหญ่มันจะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีปมในใจบาดแผลที่ต้องการเยียวยา ต้องการพิสูจน์ตัวเอง เราได้พบว่าชีวิตจริง มนุษย์เราหาความบันเทิงที่หลุดพ้นจากชีวิตความเป็นอยู่ก็เท่านั้น บางเรื่องก็สนุก บางเรื่องก็ทำให้ได้ทบทวนตัวเองถึงสภาพสังคมที่เผชิญหน้าอยู่ นอกจากการดูหนังเพื่อความบันเทิง Message หลักในหนังต้องให้เราได้เรียนรู้ได้เข้าใจเพราะโลกนี้มันไม่เคยมีอะไรแน่นอน
บางเรื่องดีจนอยากชวนบอกต่อ บางเรื่องดังในเมืองนอกแต่ดันไม่ตอบโจทย์คนดูในไทย บางเรื่องเสียดสีสังคม บางเรื่องหักมุม บางเรื่องมีเทคนิคการเล่าเรื่องที่ไม่ธรรมดา บางเรื่องสร้างตัวละครห่วยๆเพื่อฮีลใจคนขี้แพ้ บางเรื่องใช้บาดแผลสภาพสังคมกิดจิกเสียดสีออกมาได้เฉียบคม บางเรื่องหยิบสูตรหนังยุคเก่าแต่เล่าเรื่องได้ทันสมัยสอดคล้องกับโลกยุคนี้แบบไม่น่าเชื่อ นี่คือ 12 เรื่องที่เราชอบที่สุดในปี 2025
และเราอยากใช้พื้นที่ตรงนี้สวัสดีปีใหม่ 2026 กับทุกคนที่ติดตามแฟนเพจนี้มาตลอด 10 ปี ขอให้ปีหน้าพบกับความสุข พบเจอสิ่งดีๆ สลัดความเครียดจากงาน กลับมาสัมผัสความบันเทิงบนโลกภาพยนตร์อีกครั้ง
1.One Battle After Another

คยคิดเหมือนกันว่าผู้กำกับหนังคนหนึ่งที่เดินทางในอาชีพนี้มายาวนานเกือบ 30 ปี แต่ทำหนังไม่ประสบความสำเร็จในแง่รายได้ แต่ได้โอกาสทำหนังต่อเพราะคำวิจารณ์ดี เมื่อไหร่จะเจอหนทางที่ใช่สักเรื่อง Paul Thomas Anderson เจอแล้ว หนังมาในช่วงจังหวะวิกฤติสภาพสังคมอเมริกันกำลังเสื่อมโทรมอย่างหนักหน่วงจริงๆ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย คนกระเสือกกระสนเพื่อความอยู่รอด คนไม่เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่รัฐ การแบ่งพรรคแบ่งพวก ความเหลื่อมล้ำ หนังเรื่องนี้คือกระจกสะท้อนอเมริกันในยุคนี้อย่างแท้จริง
.
Bob อดีตนักปฏิวัติซ้ายจัดที่หนีโลกมาใช้ชีวิตสันโดษนอกกฎหมายกับลูกสาววัยรุ่นชื่อ Villa แต่แล้วอดีตก็กลับมาหลอกหลอน เมื่อ ผู้พัน Steven J. Lockjaw ศัตรูตัวฉกาจจากยุคอดีตปรากฏตัวขึ้นเพื่อตามล่าทั้งคู่ ทำให้ลูกสาวถูกจับตัวไป Bob จึงต้องกลับเข้าสู่โลกแห่งการต่อสู้และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่า เพื่อเผชิญหน้ากับอดีตและตามหาลูกสาวกลับคืนมา พร้อมกับสำรวจประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและอุดมการณ์สุดโต่ง
2.Sinners

33. ผีใช้ได้ค่ะ

.หนังเรื่องแรกของผู้กำกับที่มีงานประจำเป็นคนเขียนบทละคร ผู้ต้องต่อสู้กว่า 7 ปี กว่าจะได้ทำหนังเรื่องนี้ มันคือการสำรวจความเลวร้ายของสภาพสังคมไทยได้อย่างเฉียบคม ผ่านปัญหาเรื่องฝุ่น ผลประโยชน์ การเมือง ความเชื่อแบบโบราณ และความคิดของคนรุ่นเก่าที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง . เมื่อ แน็ต ภรรยาของมาร์ชเสียชีวิตและกลายเป็นผีสิงเครื่องดูดฝุ่นเพื่อกลับมาอยู่กับสามี ทว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เพราะแม่ของมาร์ชไม่ยอมให้เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้เกิดขึ้น
.
นี่คือตลกร้ายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบดูหนังสายรางวัล หนังมีความกวนประสาทและเล่าเรื่องได้ร่วมสมัย พร้อมโปรดักชั่นระดับอินเตอร์ บทหนังมีความเด็ดขาดเฉียบคม เสียดสีสังคมไทยได้บาดลึกด้วยลีลาการเล่าแบบดราม่าหน้านิ่งในสไตล์ “เต๋อ นวพล” ก่อนจะเปลี่ยนโหมดเป็นหนังโรแมนติก และที่สำคัญ หนังยังหยิบประเด็นความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรม และมิติของเพศที่สามซึ่งเป็นคนชายขอบมาเล่าได้อย่างเหนือชั้น แบบที่ไม่มีใครสามารถเอาผิดพวกเขาได้
44.Wake Up Dead Man: A Knives Out Mystery

ถ้าจะบอกว่านี่คือหนังสืบสวนสอบสวนยุคใหม่ที่มีความทันสมัยและตลกร้าย เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่ไม่ได้เป็นตำรวจหรือคนถือกฎหมาย แต่เป็นนักสืบธรรมดาที่มาไขคดีห้องปิดตาย ซึ่งภาคนี้บทหนังมีความเฉียบคมเด็ดขาด เปลี่ยนจากคดีแย่งมรดกในกลุ่มคนรวย มาเป็นการไขคดีในโบสถ์คริสต์ที่บาทหลวงชื่อดังตายอย่างปริศนา พร้อมกับความดำมืดที่ทำให้คนรอบข้างไม่มีใครน่าไว้วางใจได้สักคน
.
เป็นเรื่องราวของนักสืบบล็องก์ ที่ต้องเดินทางไปยังชุมชนเล็กๆ อันเคร่งครัดในศาสนา เพื่อสืบคดีฆาตกรรมปริศนาของบาทหลวงผู้มีอิทธิพล ซึ่งแม้ดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่กลับซ่อนความลับ ความผิดบาป และความขัดแย้งของผู้คนรอบข้างที่ล้วนมีแรงจูงใจซ่อนเร้น บล็องก์ต้องแกะรอยคำโกหกและอดีตอันมืดมนของเหล่าผู้ต้องสงสัยที่หน้าฉากดูดี เพื่อค้นหาฆาตกรตัวจริง โดยมีนักบวชหนุ่มเป็นผู้ช่วยไขคดีที่ซับซ้อนภายในโบสถ์แห่งนี้
5. The Long Walk

งานดิสโทเปีย-ระทึกขวัญที่ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King เล่าถึงการแข่งขันเดินเท้าสุดโหดที่จัดขึ้นทุกปี โดยมีเด็กหนุ่มกว่า 100 คนเข้าร่วมแข่งขันเดินบนทางหลวงตลอดเวลา ภายใต้กฎเหล็กคือห้ามเดินช้ากว่า 4 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 6.4 กม./ชม.) หากใครเดินช้าหรือหยุดเดินจะถูกยิงทิ้งทันที ผู้ที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายจะได้รางวัลสุดยิ่งใหญ่ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องอดทนต่อความหิวโหย ความเหนื่อยล้า และการเดิมพันด้วยชีวิตตลอดเส้นทางที่ไร้จุดสิ้นสุด
.
หน้าหนังอาจดูธรรมดาและไม่มีนักแสดงชื่อดังเป็นแม่เหล็กดึงดูด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบทหนังมีการเล่าเรื่องที่กินใจคน เมื่อกลุ่มวัยรุ่นธรรมดาต้องเข้าร่วมเกมเดินที่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะขออะไรก็ได้ ทว่าเกมนี้ไม่มีที่ว่างให้ผู้แพ้ ใครที่เหนื่อยล้าจนไม่สามารถทำตามกฎที่กลุ่มทหารเผด็จการวางเอาไว้จะถูกกำจัดทิ้งต่อหน้าต่อตา นี่คือความโหดร้ายที่ผู้มีอำนาจสังหารคนได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพราะเหยื่อเหล่านั้นเป็นแค่เบี้ยในเกมที่ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ
6. No Other Choice

ยูมันซู ชายวัยกลางคนที่ทำงานในโรงงานกระดาษมาถึง 25 ปี แต่กลับถูกเลิกจ้างกะทันหัน ชีวิตของเขาพังทลายลงในขณะที่ยังต้องแบกรับภาระหาเลี้ยงครอบครัว หลังจากพยายามหางานใหม่จนสิ้นหวัง ในที่สุดเขาถูกบีบให้ตัดสินใจสุดโต่ง ด้วยการวางแผนกำจัด “คู่แข่ง” ทุกคนในการสมัครงาน เพื่อให้ตัวเองได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครองอย่างที่เขาคิดว่าคู่ควร
.
มันคือหายนะที่เขาไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง แต่ในโลกทุนนิยมที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กลับไม่มีที่ว่างให้คนที่ไม่พร้อมหรือก้าวตามไม่ทัน เมื่อสังคมพร้อมจะเขี่ยคนที่อ่อนแอทิ้ง ชายตกอับที่ต้องแบกความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัวจนเริ่มส่งผลกระทบต่อลูกเมีย จึงต้องดิ้นรนหางานจนถลำลึกสู่เส้นทางการเป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว หนังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความกลัว และการไล่ล่าสังหารที่บีบคั้นอารมณ์
7. F1

ถ้าหาก Top Gun Maverick คือความสำเร็จบนน่านฟ้า F1 คือความสำเร็จในสังเวียนความเร็วที่คนส่วนมากเข้าไม่ถึง กีฬาที่เป็นเสมือนของเล่นคนรวย แต่มันถูกเล่าเรื่องให้ย่อยง่าย ผ่านสายตา Joseph Kosinski ที่พาผู้ชมไปสัมผัสวงการนี้เจาะลึกการแข่งขันที่ไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทีมเพื่อความอยู่รอด เพื่อรายได้ เพื่อผลประโยชน์ นักแข่งตกอับแถมยังเป็นผีพนัน ต้องกลายมาเป็นผู้กอบกู้ซากปรักหักพังของทีมบ๊วยที่เจ้าของทีมรอวันเขี่ยทีมงานทิ้ง หนังมาในสูตรแบบ Top Gun ชนะก็ต้องชนะไปด้วยกัน ไม่มีวันแมนโชว์ นี่คือหัวใจของ F1 Brad Pitt แบกเรื่องนี้การซิ่งบนจอยักษ์คือความสนุกจนท้ายที่สุด Apple เลือกจะทุ่นเงินเพื่อสร้างภาคต่อ
8. Weapons

เด็กนักเรียน 17 คนในชั้นของครูจัสติน แก็นดีส์ ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเดินออกจากบ้านหายตัวไปในความมืด โดยเหลือเพียงคนเดียวคือ อเล็กซ์ ลิลลี่ เหตุการณ์นี้ทำให้ชุมชนปั่นป่วนและพุ่งเป้าสงสัยไปที่ครูแก็นดีส์ ขณะที่บรรดาผู้ปกครองพยายามสืบหาความจริง จนพบว่าเบื้องหลังอาจเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้เด็กๆ กลายเป็น “อาวุธ” ที่ถูกควบคุม โดยมีป้าของอเล็กซ์เป็นศูนย์กลางของแผนการครั้งนี้
.
ความสำเร็จของ Zach Cregger ไม่ใช่เรื่องฟลุก และมันต่อยอดให้เขาสร้างหนังทริลเลอร์ระทึกขวัญหักมุมเรื่องใหม่ที่พิสูจน์ขีดความสามารถในการเล่าเรื่องที่สนุกล้ำหน้าคนดูได้อยู่หมัดตลอด 2 ชั่วโมง หนังแอบกัดจิกความห่วยแตกของสภาพสังคมอเมริกันได้อย่างเลือดเย็น ทั้งวัฒนธรรมการหาแพะรับบาปเพื่อระบายความโกรธแค้น การล่าแม่มด การละเมิดสิทธิ และการล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว . นอกจากนี้ หนังยังสะท้อนภาพกลุ่มคนมีอำนาจหรือคนรุ่นก่อนที่พยายามบงการชีวิตผู้อื่น ความสิ้นหวังของผู้ปกครองต่อความไม่ปลอดภัยในโรงเรียน รวมถึงความแตกแยกทางอุดมการณ์และการเมืองที่แข็งกร้าว ซึ่งล้างสมองผู้คนจนกลายเป็นอาวุธหันมาทำลายกันเอง หนังเสียดสีอย่างเจ็บแสบว่า “ความกลัว” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อแบ่งแยกและสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในชุมชน
9. The Shadow’s Edge

เมื่อโจรเจ้าเล่ห์ปล้นเงินในคริปโต แถมท้าทายตำรวจมาเก๊าด้วยกลยุทธ์หลากมิติ สำนักงานตำรวจจึงต้องเรียกตัว ‘หวงเต๋อจง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตามรอยซึ่งเกษียณอายุไปแล้ว ให้กลับมาร่วมมือกับตำรวจหนุ่มจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรม โดยผสานกลยุทธ์การตามรอยแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้สติปัญญาอันเฉียบคม เพื่อต่อสู้กับกลุ่มโจรมืออาชีพ
.
สำหรับ The Shadow’s Edge จัดเป็นหนังทัี่เหมาัะกับคอหนังแอ็คชั่นโดยเฉพาะ ซึ่งคุณเป็นแฟนเฉินหลงจะถูกอกถูกใจ แต่ในเวลาเดียวกันบทหนังไม่ได้ติดตลกมันเป็นที่โหมดดาร์คจริงจังหนังพูดถึงโลกยุคใหม่ที่อาชญากรฉลาดเก่งกาจทั้งการต่อสู้การปลอมตัวการหนีการไล่ล่าจากตำำรวจ มีพร้อมทุกทักษะล้ำหน้าฉลาด แถมยังฉ้อโกงได้เก่งหนังมีความมันส์สนุกทันสมัยสอดแทรกประเด็นการทำงานของตำรวจเก๋าประสบการณ์ กับตำรวจมือใหม่ที่ไร้โอกาสที่ต้องเจอโจรที่เก่งจัดรอบด้าน หนังโคตรมันส์เรียกว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับการดูเรื่องนี้
10. 28 Years Later

เป็นเวลาเกือบสามทศวรรษแล้วที่เชื้อไวรัสแพร่ระบาดจากห้องทดลองอาวุธชีวภาพ ผู้รอดชีวิตบางส่วนยังคงใช้ชีวิตภายใต้มาตรการกักกันอันเข้มงวด และได้ค้นพบวิธีที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าผู้ติดเชื้อได้ หนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตเหล่านี้อาศัยอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยถนนเพียงสายเดียวซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นหนา แต่เมื่อหนึ่งในสมาชิกตัดสินใจเสี่ยงภัยเดินทางเข้าไปยังใจกลางแผ่นดินใหญ่ที่มืดมิด เขาก็ได้ค้นพบการกลายพันธุ์ที่ไม่ได้แพร่กระจายไปสู่แค่เหล่าผู้ติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ด้วย
.
หนังซอมบี้สยองขวัญ ที่เคยสร้างตำนาน 28days later เมื่อ 23 ปีก่อน กลายเป็นต้นแบบหนังซอมบี้ที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วที่งานยุคหลังเลือกเจริญรอยตาม ส่วนตัวตื่นเต้นกับโปรเจ็คนี้ตั้งแต่วันแรกที่มีการประกาศสร้างแล้ว และบทหนังก็เลือกจะไม่เล่าซ้ำจากเนื้อหาเก่า ตรงข้ามเลยหนังมีทิศทางใหม่ เสียดสีสังคมอันดัจจริตแบบผู้กำกับ Danny Boyld ต้องการ หลังจากที่โลกล่มสลาย มนุษย์กลายเป็นชนกลุ่มน้อย ใช้เวลาในเกาะแคบๆเท่านั้น
11. A Real Pain

หนังที่ส่งให้ Kieran Culkin ได้รางวัลออสการ์ หนังทัวร์ประเทศโปแลนด์ในเวลา 90 นาที ที่แหกขนบธรรมเนียมมันทุกอย่าง ผ่าน 2 ตัวละครญาติที่ห่างเหินเดินทางไปทัวร์เพื่อร่วมทริปประวัติศาสตร์ Holocaust (หตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และเพื่อเยี่ยมบ้านเกิดของยายผู้ล่วงลับ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ค้นพบว่าต่างคนต่างก็เติบโตไปคนละแบบ คนหนึ่งพยายามอยู่กับปัจจุบัน เพื่อก้าวต่อไปกับอนาคตที่มั่นคง ส่วนอีกคนติดกับอดีตอันขมขื่นและเจ็บปวดจนไปไหนต่อไม่ได้
12.Thunderbolts*

การรวมทีมวายร้ายและแอนตี้ฮีโร่ที่เคยพลาดพลั้งของ MCU เพื่อปฏิบัติภารกิจลับให้รัฐบาล แต่พวกเขากลับถูกหลอกใช้ โดยสมาชิกประกอบด้วย Yelena Belova, Bucky Barnes, Red Guardian, Ghost, Taskmaster และ US Agent ซึ่งต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน และเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดของตัวเองเพื่อปกป้องโลกจากภัยคุกคามใหม่ที่อาจเปลี่ยนจักรวาล MCU ไปตลอดกาล
.
หนังฮีโร่จากค่าย Marvel ที่มีเนื้อหาแปลกใหม่กว่าเรื่องอื่นๆในจักรวาลถัดจาก Eternals ใครจะไปคิดว่าตัวละครมวยรอง กลุ่ม Loser คนห่วยๆผิดพลาดผิดหวัง แต่ละคนมีความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในตัวมาก การเป็นฮีโร่ไม่ได้พิเศษเลยในหนัง บางคนเก็บซ้อนความรู้สึกแล้วไปเผชิญหน้ากับแวดล้อมใหม่ บรรยากาศหนังจึงไม่ใช่หนังแอ็คชั่นฉากเร้าใจต่อสู้ ใช้ CGI เล่นใหญ่ตูมตาม แต่หนังเน้นอารมณ์การเล่าเรื่องมีความดราม่าในตัวเองที่สูงมาก การเลือกเฟรมภาพแต่ละซีนจะมีความพิถีพิถัน คอหนังสายรางวัลถ้ามาดูเรื่องนี้จะเข้าใจการนำเสนอมากกว่าคอหนังทั่วไป
