The Rescue (2022)

กู้ภัยถ้ำหลวง

The Rescue Poster
9.5/10

คะแนน
โกดังหนัง

สารคดีถ้ำหลวงที่สนุกตื่นเต้นได้เห็นมุมมองใหม่ๆจากทีมนักประดาน้ําที่มาทำภารกิจที่กดดันบีบหัวใจทุกวินาทีในการช่วยชีวิตคน ซึ่งตลอดทั้งเรื่องมันเป็นงานที่งดงามไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่นดีๆเลย

หมวดหมู่ : Documentary
สัญชาติ : American
กำกับโดย : Jimmy Chin, Elizabeth Chai Vasarhelyi
ความยาว : 1 ชั่วโมง 47 นาที
นักแสดงนำ : Rick Stanton, John Volanthen, Richard Harris

คำคมจากภาพยนตร์

"We arrived in Chiang Rai airport. There was a big sign-up that said, Welcome to the world “Best Cave Divers” and we were marched out to this sign and had to pose in front of it all very embarrassing."
"เมื่อพวกเขามาถึงสนามบินเชียงราย มีป้ายใหญ่เขียนว่า “ขอต้อนรับทีมนักประดำน้ำในถ้ำอันดับหนึ่งของโลก แล้วพวกเขาก็พาเราเดินหน้าไปถ่ายรูปหน้าป้าย พวกเราอับอายกันมาก"

เรื่องย่อ

หลายๆคนคงคุ้นเคยกับข่าวดังการช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าที่ติดอยู่นานเดือนเศษๆในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย นี่จึงเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านเลนส์ผ่านมุมมองของนักดำน้ำที่ต้องงัดสกิลงัดความสามารถในการทำการค้นหา เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ต้องช่วยชีวิตคน พวกเขาต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ ผ่านมุมมองของ Jimmy Chin และ Elizabeth Chai Vasarhelyi ทีมผู้สร้างสารคดีเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Free Solo

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ The Rescue เป็นสารคดีจาก National Geographic เรื่องราวภารกิจการติดตามการช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่า 13 ชีวิต ให้ออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ระดมทีมกู้ภัยนักดำน้ำชั้นนำมากมายที่มาร่วมกันทำภารกิจ ในสารคดีนี้จะเป็นมุมมองของนักดำน้ำในถ้ำตรงๆ ทุกแง่มุมเบื้องหน้าเบื้องหลังแบบที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน ซึ่งบอกเลยว่าเนื้อหามันลุ้นระทึกน่าตื่นเต้นมากไม่แพ้หนังแอ็คชั่นบางเรื่องซะอีก คอหนังแอ็คชั่นคอหนังทั่วไปสามารถดูได้ไม่ยาก ถ้าหากเป็นคนชอบงานสารคดีดูบ่อยๆอยู่แล้ว เรื่องนี้หยิบประเด็นในประเทศไทยมาเล่าในมุมมองแบบสากลงานมีคุณภาพมากๆ

  • สายหนังแอ็คชั่น
  • สายหนังสารคดี
  • สายหนังที่ชอบเรื่องราวในประเทศไทย

 

รีวิว / สรุปเนื้อหา

ด้วยความที่ชื่นชอบสารคดี Free Solo เป็นการส่วนตัวและคิดว่า เมื่อมาทำเรื่องราวใกล้ตัวกับคนไทยมันจะออกไปในทิศทางไหนกันแน่ พอดีแล้วรู้สึกว่ามันกลายเป็นมากกว่าหนังสารคดีทั่วไป หนังหยิบมุมมองการเล่าเรื่องจากนักดำน้ำต่างชาติเป็นหัวใจหลัก และหยิบหลากๆสิ่งหลายๆอย่างที่คนไทยไม่เคยรู้มาก่อนในระหว่างทำภารกิจกู้ภัยในถ้ำหลวง ผ่านมุมมองของนักประดำน้ำ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นำทีมโดย Rick Stanton, John Volanthen ที่ลงพื้นที่และคลุกคลีเป็นอาสาสมัครช่วยค้นหาเด็ก ๆ ในภารกิจนี้ พวกเขามาแบบไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรมากมายเพราะทางการไทยก็ตั้งตัวไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าการมาถึงของพวกเขามันทำให้พวกเขาประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับจากคนไทยที่ยกยอพวกเขาเกินจริง ทำอย่างกับพวกเขาเป็นวีรบุรุษ หนังหยิงมุมมองที่พวกเขาลงพื้นที่และเจอมุมมองความเชื่อทัศนคติแบบไทย หรือการทำงานที่ยากลำบากเพราะสภาพน้ำในถ้ำที่มันเชี่ยวและขุ่น ความไม่พร้อมการทำงานที่ตึงเครียดแถมยังต้องแข่งกับเวลาอีกพลาดไม่ได้เด็ดขาด

หนังนำเสนอภาพการเล่าเรื่องด้วยฟุตเทจที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เราจึงได้รู้ได้เห็นว่า มีคนไปติดอยู่ในถ้ำอีก 4 คน แล้วอพยพออกไม่ได้เพราะน้ำขึ้นสูง ไม่มีใครรู้เลย จนทีมดำน้ำต่างชาติมาเจอ หรือการที่ได้พบได้เห็นทัศนคติคนทำงานด้วยกันที่คิดว่าตัวเองเก่งมากเก่งกาจที่จะทำภารกิจนี้ได้เองโดยไม่พึ่งพาผู้อื่น เคสที่มีคนติด 4 คนเป็นผู้ใหญ่ทำให้เรารับรู้ว่าการช่วยเหลือการเอาพวกเขาออกมานั้นง่ายดายกว่าเด็กน้อยอีก 12 ชีวิตค่อนข้างมาก เพราะเคสแบบนี้ใช้เวลาไม่เท่าไหร่ก็ช่วยเหลือได้เลย แต่เด็กๆนั้นอายุน้อยเผชิญหน้ากับความยากลำบาก การดำน้ำไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่คนทั่วไปทำกันได้ ภารกิจการช่วยเหลือในครั้งนี้มันเลยเป็นงานที่สาหัสมาก ลำพังแค่ช่วยเหลือคนก็เหนื่อยยากพอแล้ว แถมต้องมาวางแผนกันอย่างรอบคอบเพราะถ้าหากพลาดมาภารกิจล้มเหลวอาจหมายถึงชีวิตผู้อื่นที่ต้องล้มตายไปด้วย การทำงานกับคนไทยเลยกลายเป็นเรื่องยากของพวกเขา เนื้อหาเผยถึงภาพเบื้องหลังการทำงานที่มันต้องไปในทิศทางเดียวกัน

เราชอบการดำเนินเรื่องที่เล่าเรื่องได้เห็นมุมมองของคนที่ทำงานหน้างานที่ไม่เคยมีใครรับรู้เห็นมาก่อน รายละเอียดในหนังที่อาศัยเรื่องราวการทำงานที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ที่สำคัญคือการหยิบธรรมเนียมแบบไทยๆใส่ลงไปในหนัง ตำนานถ้ำนางนอนที่เป็นความเชื่อของชาวบ้าน ถูกนำเสนอในรูปแบบแอนิเมชั่นที่มีงานภาพงดงาม ทำออกมาเข้าใจง่าย สารคดีนี้ค่อนข้างเก็บรายละเอียดออกมาได้หมด แม้จะมีเวลาสั้นๆไม่ถึง 2 ชั่วโมง แต่ส่วนตัวแล้วค่อนข้างทำออกมาได้เห็นมุมมองที่แปลกใหม่จากหน้าข่าวที่เราเคยเห็นค่อนข้างมาก หนังใช้ความเป็นธรรมดาเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนทำงานหน้างานที่เสี่ยงตายแทบทุกวินาทีมาเล่าได้อย่างเข้าอกเข้าใจ แถมการเล่าเรื่องสร้างอารมณ์ความกดดันกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ดีมาก กลายเป็นหนังดีน่าดูในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่เราเชียร์ให้ดูกันเยอะๆมาก เพราะมันใกล้ตัวกับคนไทยนี่แหละ

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • เดิมทีหนังเรื่องนี้จะฉายโรงโดย Documentary Club แต่พอการมาของ Disney+ ในไทยเลยต้องคืนสิทธิ์ให้ Disney ฉายลงสตรีมมิ่งแทน
  • นี่คืองานสารคดีที่อยู่ในความดูแลของทีมผู้สร้าง Free Solo ที่พิชิตออสการ์ในสาขาหนังสารคดียอดเยี่ยมเมื่อปี 2019