The Founder (2016)

อยากรวยต้องเหนือเกม

The Founder Poster
8/10

คะแนน
โกดังหนัง

พาไปดูจุดเริ่มต้นของ Fast Food แห่งความสุข ที่ไม่ได้สุขอย่างที่ตาเห็น อีกเบื้องหลังธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีที่มาไปสุดหวือหวา และชวนติดตาม

หมวดหมู่ : Drama Fantasy Romantic
สัญชาติ : American
กำกับโดย : John Lee Hancock
ความยาว : 2 ชั่วโมง 1 นาที
นักแสดงนำ : Michael Keaton, Nick Offerman, John Carroll Lynch

คำคมจากภาพยนตร์

“Business is war. It’s dog eat dog, rat eat rat. If my competitor were drowning, I’d walk over and I’d put a hose right in his mouth.”
“ธุรกิจก็คือสงคราม หมากินหมา หนูกินหนู ถ้าคู่แข่งของผมกำลังจมน้ำตาย ผมคงเดินเข้าไปแล้วเอาสายยางยัดปากเพิ่มไปอีก”

เรื่องย่อ

เรย์ ครอค เซลล์ขายเครื่องปั่นธรรมดาๆ คนนึง ที่ได้รับแจ้งจากเลขาของเขา ว่ามีร้านอาหารใหม่ชื่อว่า McDonald’s ของสองพี่น้อง แมค และ ดิ๊ค ที่ต้องการสั่งเครื่องปั่นทำมิลค์เชคถึง 6 เครื่อง เขาจึงดั้นด้นเดินทางมาแต่ไกล เพื่อหาคำตอบในความสงสัยของตัวเองว่า มันคือร้านอะไรกันที่ต้องใช้เครื่องเยอะขนาดนี้ เมื่อเขาไปถึงก็ต้องรู้สึกเหมือนเปิดโลกใหม่ จากการได้เห็นระบบของการทำ Fast Food ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จนสนใจอยากร่วมทำธุรกิจนี้แบบแฟรนไชส์ด้วย และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นสำคัญของอาณาจักร้าน Fast Food ที่ใหญ่ที่สุดอีกเจ้าของโลกอย่าง Mcdonald

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ The Founder นั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาหนังเกี่ยวกับธุรกิจสักเรื่องที่ไม่ได้มีแต่มุมสานฝัน หรือแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังพาคนดูไปเห็นถึงด้านมืด การเจรจา การหักหลังอะไรต่างๆ ในการทำธุรกิจด้วย อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ชื่อดังที่หลายๆ คนน่าจะมีประสบการณ์ร่วมอยู่แล้ว อย่าง Mcdonald ก็น่าจะทำให้อินกันได้ไม่ยาก หากใครชอบหนังสายธุรกิจแนวสู้ชีวิตโดยที่ไม่ได้โลกสวยจนเกินไป อย่าง Joy หรือ The Social Network แล้ว จะสนุกและได้สาระไปกับเรื่องนี้แน่ๆ

  • สายหนังแรงบันดาลใจทำธุรกิจ
  • สายหนังดราม่าชีวประวัติ
  • สายหนังดราม่าที่มาธุรกิจ

รีวิว / สรุปเนื้อหา

The Founder คือหนังสไตล์ชีวประวัติอีกเรื่องที่พูดถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ รวมไปถึงชีวประวัติของ เรย์ ครอค ผู้ที่ทำให้อาณาจักรของ Mcdonald ยิ่งใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมานั้น เราอาจจะได้เห็นความเป็นแบรนด์ที่สนุก มีความแฮปปี้ แต่การดูหนังเรื่องนี้ก็ทำให้พบว่าที่มาของมันอาจได้แฮปปี้ตามที่เราเห็นจากในแบรนด์อย่างแน่นอน เพราะมันช่างเต็มไปด้วย เบื้องลึกเบื้องหลังที่หมิ่นเหม่ในเรื่องจริยธรรม และศีลธรรมในการตัดสินใจในด้านต่างๆ ของการทำธุรกิจ ที่ทำออกมาได้น่าสนใจ และมีความดาร์คอยู่ไม่น้อยเลย

ความสนุกของหนังคือเราจะเห็นมุมที่ต่างจากหนังนักธุรกิจทั่วๆ ไปที่อาจใส่มาในด้านดี เน้นแรงบันดาลใจ สู้ชีวิต และฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงความสำเร็จ แต่ในเรื่องนี้มันกลับใส่คาแรคเตอร์ตัวเอกที่แสนทะเยอะทะยาน และพร้อมทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จตามที่หวังเอาไว้ เนื้อเรื่องมันจึงเต็มไปด้วยการเล่ห์เหลี่ยมในการทำธุรกิจของตัวละครที่ดูสนุก ด้วยความสามารถในการขาย และความหัวหมอที่จะยึดทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง ก็ดูเป็นขั้วตรงข้ามของนักธุรกิจตัวเอกในหนังเรื่องอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าตัวเรื่องราวของหนังอาจจะไม่ได้มีมิติให้กับตัวละครมากนักในแต่ละด้าน เพราะส่วนมากก็จะมุ่งเน้นในความด้านการทำธุรกิจ ก็อาจสร้างข้อดีในแง่ความมันส์ ดุเดือดสำหรับคนที่ชอบหนังสายธุรกิจเน้นๆ แต่ในทางกลับกันเราอาจจะได้รู้จักกับคนอย่าง เรย์ ครอค แค่ด้านเดียวอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวก็ยังมองว่าหนังยังสร้างความบันเทิงเอาไว้ได้ตามมาตรฐานหนังแนวนี้ และได้เห็นด้านมืดของการทำธุรกิจบ้างก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดีอีกเรื่องเลยล่ะ

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • บริษัทของ Ray Kroc ก่อน McDonald ที่มีชื่อว่า Prince Castle นั้น ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ และดำเนินการเป็น Supplier ในด้านอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับ Mcdonald เองด้วย เรียกได้ว่ากินรวบกันเลยทีเดียว
  • กองถ่ายทีมนี้ทำงานกันหนักมาก เพราะใช้เวลาเกินกว่า 12 ชั่วโมงต่อวันมาโดยตลอด (แต่ก็ถ่ายจบใน 22 วัน) ทำให้บางวันที่ถ่ายทำยาวนาน ดาราใหญ่อย่าง Michael Keaton ก็ถึงกับเหมารถไอติมมา 2 คันใหญ่เพื่อเลี้ยงทีมงานทั้งหมดหลังจากที่เห็นพวกเขาต้องเหนื่อยกับงานเหล่านี้