Jason Bourne (2016)

เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย

Jason Bourne Poster
7.5/10

คะแนน
โกดังหนัง

เป็น Jason Bourne ที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็คชั่น
Matt Damon แบกอารมณ์ตัวละครเอาไว้ดีมาก
แต่หนังไม่เร้าใจเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ

หมวดหมู่ : Action Family
สัญชาติ : American
กำกับโดย : Paul Greengrass
ความยาว : 2 ชั่วโมง 3 นาที
นักแสดงนำ : Matt Damon, Alicia Vikander

คำคมจากภาพยนตร์

"You're never gonna find any peace. Not till you admit to yourself who you really are" "คุณจะไม่มีวันพบกับความสงบ จนกว่าคุณจะยอมรับว่าตัวเองเป็นใ

เรื่องย่อ

เจสัน บอร์น ผู้ที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องแล้วทุกอย่าง ไม่สิ เขายังไม่รู้บางอย่างและกำลังสืบหาความจริงในอดีตอยู่ ชีวิตของอดีตสายลับอย่างเขา ได้แต่ร่อนเร่หากินด้วยการต่อสู้ไปวัน ซ่อนอยู่ในเงามืดที่ไม่มีใครมองเห็น ตามก็ไม่เจอ ทั้งที่ก็ไม่ได้ปิดหน้าตาแต่อย่างใด วันหนึ่ง นิกกี้ พาร์สัน แอบลักลอบเจาะระบบเพื่อเก็บข้อมูลบางอย่างไป และถูกเฮเธอร์ ลี เจ้าหน้าที่ซีไอเอสาวสวยตรวจพบเหตุดังกล่าว เธอจึงแจ้งกับ โรเบิร์ต ดิวอี้ ผอ.ซีไอเอ ว่าจะตามล่าทั้งสองคนให้พบ

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Jason Bourne เป็นหนังที่เหมาะกับคอหนังแอคชั่นสายลับอยู่แล้ว น่าเสียดายที่ผลงานเรื่องล่าสุดจากการแสดงของ Matt Damon กลับไม่สนุกหรือตอบโจทย์ผู้ชมได้เหมือนเดิมอีกต่อไป หนังไม่ได้อ้างอิงจากนิยายต้นฉบับปมประเด็นต่างๆขาดๆเกินๆไป เนื้อหาจึงเหมือนการสร้างประเด็นใหม่ที่ดูไม่น่าตื่นเต้น แฟนหนังบอร์น จะได้เห็นไหวพริบที่ยอดเยี่ยมฉากแอ็คชั่นแบบมือเปล่าของตัวละครนี้อยู่เหมือนเดิม ถ้ารักงานสายลับเรื่องนี้ไม่ควรพลาด

  • สายหนังแอ็คชั่นสายลับ
  • สายหนังจารชนสุดมันส์

รีวิว / สรุปเนื้อหา

หนังภาคนี้ไม่ได้มีการอ้างอิงจากเนื้อหานิยายเจสัน บอร์นต้นฉบับ แต่บทหนังถูกเขียนและแต่งเติมเนื้อหาขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะซึ่งที่เราเห็นคือคุณภาพมันดร็อปลงไปมาก หนังอ้างอิงเนื้อหาจากภาคที่ 3 The Bourne Ultimatum แล้วใส่ตัวละครใหม่เชื่อมโยงกับประวัติที่แท้จริงของบอร์นลงไป ทำให้จากเดิมที่บอร์นหายสาปสูญเขาต้องบุกมาทำภารกิจหนีการไล่ล่าจากทางการอีกครั้ง ทิศทางของหนังภาคนี้เลยออกมาเป็นการชิงไหวชิงพริบกันซะมากกว่า บอร์นต้องมารับมือนักฆ่าคนใหม่ที่ดูเหมือนจะมีความแค้นส่วนตัวมากกว่า


เนื้อหาตอบโจทย์ในระดับหนึ่ง ฉากแอ็คชั่นถูกนำมาเล่นเยอะอยู่ ฉากขับรถไล่ล่าที่น่าสนุกไม่ใช่เล่น เราได้เห็นโลเคชั่นใหญ่ๆทั้งในกรีซ, เยอรมัน ในอเมริกา ถูกนำมาใช้งานให้เจสัน บอร์น งัดทักษะในการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากทั้งนักฆ่า ทางการที่ต้องการเช็คบิลเขา นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นที่บอร์น ต้องมาไขความจริงปริศนาตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นใคร ทำไมเขาถึงยังถูกตามไล่ล่า โปรแกรมนักฆ่าที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง ปริศนาที่เขาสงสัยมันถูกคลี่คลายจากภาคนี้ หนังสนุกมากช่วงท้ายเราได้เห็นฉากแอ็คชั่นที่บ้าบิ่นมากๆ แต่คุณภาพอาจจะดร็อปลงจากภาคเก่าไปพอสมควร เลยทำให้แฟนหนังแฟรนไชส์ชุดนี้เริ่มรู้สึกว่าน่าผิดหวัง

การมี Matt Damon นี่จะเป็นคำตอบดีว่า แฟนหนังยังต้องการดูเขาแสดงบทนี้อยู่ โชคไม่ดีที่ Jeremy Renner ไม่อาจทำให้เส้นเรื่องสายลับ Bourne ไปต่อได้ เลยทำให้เขาต้องกลับมาเล่น เขาแบกอารมณ์สายลับผู้ถูกไล่ล่า ตามมาด้วยการงัดทักษะการเอาตัวรอด ที่ Matt เล่นเองตามเคย มันเลยทำให้ฉากแอ็คชั่นที่เขาเล่นตอบโจทย์ผู้ชม สร้างความเพลิดเพลินได้มาก ส่วนตัวละครอื่นไม่ได้มีอิทธิพลกับเนื้อเรื่องมาก Alicia Vikander, Tommy Lee Jones หรือ Vincent Cassel แสดงแต่ไม่มีมิติเลย เมื่อเทียบกับดาราในภาคก่อนๆ

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • หนังภาคนี้ไม่ได้สร้างจากนิยายของ Robert Ludlum
  • เพราะความล้มเหลวของ The Bourne Legacy ทำให้ Universal ต้องไปโน้มน้าวให้ Matt Damon กลับมาแสดงนำอีกครั้ง
  • นี่คือ Jason Bourne ที่แสดงโดย Matt Damon แล้วคำวิจารณ์แย่สุด