Ad Astra (2019)

ภารกิจตะลุยดาว

Ad Astra Poster
8/10

คะแนน
โกดังหนัง

หนังที่งานสร้างในอวกาศค่อนข้างสมจริงและ แบรด พิตต์ เท่ในบทบาทนักบินแสดงเอามาก คอหนังที่หลงรักแนวทางวิทยาศาสตร์และนอกโลกน่าจะชอบไม่ยาก

หมวดหมู่ : Drama Sci-Fi
สัญชาติ : American
กำกับโดย : James Gray
ความยาว : 2 ชั่วโมง 5 นาที
นักแสดงนำ : Brad Pitt, Tommy Lee Jones, Ruth Negga

คำคมจากภาพยนตร์

"In my life I’ve made many mistakes. I speak when I should be listening. I’m aggressive when I should be gentle."
“ชีวิตนี้ผมผิดพลาดหลายครั้ง ผมพูดในยามที่ควรฟัง ผมแข็งกร้าวในยามที่ควรนุ่มนวล”

เรื่องย่อ

นักบินอวกาศ รอย แม็คไบรด์ ต้องรับหน้าที่ทำภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือการเดินทางข้ามระบบสุริยจักรวาล เพื่อตามหาพ่อผู้เป็นที่รักที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งสาเหตุนั้นอาจข้องเกี่ยวกับปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และเป็นความลับที่คุกคามการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษยชาติบนโลกของเรา

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Ad Astra เป็นหนังไซไฟที่เหมาะกับคนดูที่ชอบเสพย์งานสร้างที่อลังการสมจริง เรื่องราวอาจไม่ได้เป็นมิตรกับคนดูทั่วไป โครงเรื่องพูดถึงชีวิตคนที่ไม่ยอมปล่อยวาง ยึดติดกับความทรงจำในอดีต มันเลยก้าวไม่ผ่านชีวิตที่ปวดร้าวสักที แม้ว่าชีวิตตัวละครจะเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง หนังเรื่องใหญ่หนักหน่วงสำหรับแฟนๆ เพราะมีประเด็นที่เปราะบางละเอียดอ่อนมากๆ

 

รีวิว / สรุปเนื้อหา

ตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกให้ความรู้สึกว่าเนื้อหาดูจะหม่นหมอง และดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับคนทั่วไปแน่ๆ เพราะโทนหนังไม่ได้เป็นสเกลที่ใหญ่แบบหนังไซไฟอวกาศเรื่องอื่นๆที่พักหลังมา จะมีค่ายหนังมากมายสร้างกัน เพราะเนื้อหามันเป็นการสำรวจแง่มุมจิตใจของตัวละคร รอย แม็คไบรด์ มากกว่า ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง มันเลยค่อนข้างจะ Slowburn มากๆ มันจะน่าตื่นตาตื่นใจเป็นช่วงๆเท่านั้น แต่พอกลับมาดูรอบสอง รู้สึกว่า เนื้อเรื่องมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากๆ มีผู้คนอาศัยอยู่นอกโลกจริงๆ ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่บนโลก การคลี่คลายปมของหนังถือว่าเฉลยออกมาได้น่าสนใจ หนังพยายามเน้นความเป็นทริลเลอร์จนไม่สามารถขยี้ความดราม่าและไม่สามารถเชื่อมโยงของตัวละครอื่นเลยนอกจากพระเอกอย่าง รอย

จริงแล้วหนังก็พูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละคร นักบินอวกาศที่ค้นหาอะไรบ้างอย่างระหว่างทำภารกิจ เขาต้องสูญเสียชีวิตแบบคนปกติ นักบินอวกาศฝีมือดี ที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนทั่วไป แต่จากบ้านเกิด ห่างคนรัก ละทิ้งทุกอย่างมาทำงานที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พลาดมาอาจหมายถึงชีวิต สภาพจิตใจของ รอย ที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ที่ไม่อ่อนไหว ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาก็รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว เดียวดายไม่แพ้กัน ชอบที่หนังมีความละเอียดอ่อนอยู่มากๆ เพราะก็พูดถึงประเด็นพ่อลูก รอยมี พ่อตัวเองเป็นเสมือนฮีโร่มาตลอดชีวิต เขายึดเป็นแบบอย่าง แต่ไม่ได้อยากเจริญรอยตาม ความหวังความผิดพลาดในอดีตของพ่อเขาก็เหมือนฝันร้ายที่รบกวนมาตลอดชีวิต

หนังค่อนข้างชอบบทหนังที่เล่นประเด็นดราม่าค่อนข้างทำออกมาดี งานภาพการตัดต่อซาวด์ประกอบเหมาะเจาะจังหวะของหนังที่เล่นได้แบบบาดลึกกระทบจิตใจตัวละคร รอย งานสร้างของหนังสำหรับเราถือว่าทำออกมาได้เนี๊ยบมากสำหรับดวงดาวนอกโลก เพราะนี่คือการขายมุมภาพจากทีมงานผู้สร้างโดยเฉพาะ หากใครคิดว่าแบรด แค่ตามหาพ่อแล้วต้องเล่นบทแอ็คชั่น เพราะมีแต่ความดราม่าเพรียวๆ และหนังค่อนข้างเล่นประเด็นที่เข้าลึกของคนเหงาได้ดีพอสมควร ซึ่งประเด็นนี้มันตรงจุดแบบจุกอกเลย น้ำหนักและทิศทางหนังคงอยู่ที่ แบรด พิตต์ 99 เปอร์เซนต์ เรื่องนี้เราได้เห็นเขาในบทบาทนักบินอวกาศ ซึ่งเล่นได้สมจริงมาก เขาปล่อยพลังความดราม่าได้สุดพลังจริงๆ หลั่งน้ำตา, โมโห ในการปะทะกับทอมมี่ ลี โจนส์ ซึ่งมันเป็นทางถนัดของพ่อหนุ่มวัย 55 ปี

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • นี่คือหนังที่ใช้เวลาถ่ายทำเพียงแค่ 60 วัน
  • บทหนังได้แรงบันดาลใจมากหนังสือนิยายโปแลนด์ Heart of Darkness