Pixar_00

10 Animation จากค่าย Pixar ที่เด็กดูได้ แต่ผู้ใหญ่ยิ่งต้องดู

หากพูดถึงค่าย Animation อย่าง Pixar แล้ว ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาค่านนี้ผลิตผลงานมายาวนานต่อเนื่องเกือบ 30 ปีแล้ว นับตั้งแต่เรื่องแรกอย่าง Toy Story ในปี 1995 ที่เข้าสู้ยุคปฏิวัติวงการ Animation ที่เริ่มผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุค Computer Graphic แทนการวาดมืออย่างแท้จริง ซึ่ง Toy Story ก็ได้เข้าชิงถึง 4 รางวัลออสการ์ในปีนั้น และได้รับ Special Achievement Award มาครอง จนสร้างชื่อเปิดตัวค่ายเป็นอย่างดี

จนกระทั่งยิ่งมายุคหลังๆ ผลงานของ Pixar เอง กว่า 26 เรื่องที่ผ่านมา (รวม Lightyear แล้ว) ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ว่าค่ายสามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้เสมอมา เพราะต่อให้เป็นเรื่องที่คำวิจารณ์แย่สุด ก็ยังเหนือกว่าหลายๆ เรื่อง โดยที่ผ่านมามีเพียง Cars 2 เรื่องเดียวเท่านั้น ที่ได้มะเขือเน่าที่ 39% ส่วนที่เหลือคือมะเขือสดทั้งหมด ซึ่งด้วยความที่ค่ายมีผลงานมาเยอะเหลือเกิน วันนี้เราเลยขอคัดมาให้ 10 เรื่องจาก Pixar ที่เราคิดว่าควรได้ดูสักครั้งในชีวิตจริง ส่วนใครชอบเรื่องไหนนอกเหนือจากนี้ ก็มาคุยกันได้จ้า

Soul (2020)

โจ การ์ดเนอร์ ครูสอนเปียโนธรรมดาที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรีมืออาชีพบรรเลงเพลงแนวแจ๊ส แต่ความเป็นจริงกลับเป็นแค่ครูสอนดนตรีโรงเรียนมัธยม ทว่าเขากลับไร้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง และจากไปก่อนวัยอันควรเสียก่อน และระเหินไปเป็นวิญญาณในอีกโลกหนึ่ง และมาจับคู่กับ วิญญาณหมายเลข 22 ที่รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง โดยคู่ตกลงกันเพื่อหาหนทางกลับไปยังโลกมนุษย์เพื่อให้ โจ กลับคืนร่างเดิมเพื่อให้เขาได้กลับไปสานฝันที่เขาอยากทำแต่ไร้โอกาส

Animation ที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังหา Animation แบบดีๆ เติมพลังให้ชีวิตหากหมดแรงจูงใจท้อแท้สิ้นหวัง เพื่อจะได้กลับมาค้นหาความหมายที่แท้จริงอีกครั้ง เนื้อหานำเพลงแจ๊สมาร้อยเรียงให้เข้ากับชีวิตคนว่าเราควรสานฝันทำสิ่งที่เรารักสิ่งที่ใช้ หนังเนื้อหาลึกวึ้งกินใจ เหมาะกับกลุ่มคนที่อายุใกล้ 30 อัพที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอหรือไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไรกันแน่

Inside Out (2015)

ไรลีย์ สาวน้อยที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความสับสนทางอารมณ์ อันประกอบไปด้วย Joy (ความสุข) , Sadness (ความเศร้า) , Anger (ความโกรธ) , Fear (ความกลัว) และ Disgust (ความรังเกียจ) ที่อยู่ในหัวของเธอ และคอยควบคุมจัดการอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ โดยชีวิตก่อนหน้าของเธอ มี Joy เป็นเสมือนหัวเรือที่สร้างความสุข และความสดใสตามชีวิตในวัยเด็ก จนกระทั่งเธอต้องเผชิญกับความสับสนในชีวิต เมื่อเธอจะต้องย้ายบ้านที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จนทำให้ Sadness กลับมามีบทบาททางอารมณ์ของเธอแทน ก่อนที่จะนำไปสู่ปัญหาที่ตามมากมาย

สำหรับ Inside Out คือ Animation ที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังหา Animation แบบดีๆ สักเรื่องที่จะทำให้เราเข้าใจตัวเอง จากการเห็นกระบวนการทำงานของอารมณ์ในหัวของผู้คนในแบบที่เข้าใจง่าย มีสีสันและการเล่าเรื่องที่ชวนติดตามแล้ว ก็อยากให้ดูผลงาน Masterpiece อีกเรื่องของ Pixar เรื่องนี้นี่แหละที่จะตอบโจทย์ทุกอย่างที่คุณตามหา การันตีด้วยรางวัลออสการ์สาขา Animation ยอดเยี่ยม รวมถึงยังกวาดรางวัลต่างๆ มาอีกมากมายจากหลายเวที แต่ต้องบอกว่าด้วยความลึกซึ้งของมัน ทำให้มันอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กๆ เท่าไรนัก แต่มุมผู้ใหญ่แล้ว มันดีเยี่ยมเลยจริงๆ

Finding Nemo (2003)

มาร์ลิน ปลาการ์ตูน ที่มีลูกชายในวัยกำลังโตอย่าง นีโม เขาจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะปกป้องลูกอย่างเต็มที่ จนทำให้ นีโม รู้สึกอึดอัดจนวันหนึ่งเลยตัดสินใจว่ายน้ำออกไปผ่านแนวหินที่คุ้นเคย เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองนั้นโตพอที่จะดูแลตัวเองแล้ว แต่เขากลับได้พบกับนักประดาน้ำที่โผล่มาแล้วจับตัวเขาไป จนทำให้ มาร์ลิน จึงต้องพยายามหาทางพาลูกของเขากลับมาให้ได้

อนิเมชั่นอีกเรื่องที่ทำออกมาทั้งสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ดูไปในเวลาเดียวกัน ทั้งฝั่งเด็กเองที่ควรเชื่อฟังผู้ใหญ่ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิดตามมาที่หลัง หรือในฝั่งผู้ใหญ่ที่อาจจะเลี้ยงลูกแบบเข้มงวดเกินไป จนเด็กอยู่ในกรอบไม่สามารถคิดหรือตัดสินใจอะไรเองได้ จนวันนึงก็ห้ามไม่อยู่อยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะเล่าประเด็นที่ว่าได้ดีแล้ว มันก็ยังดำเนินเรื่องได้อย่างสนุก มีอะไรให้ชวนลุ้นชวนติดตามตลอด ตัวละครเองก็มีมิติดี มีทั้งข้อดีข้อเสียในตัวเอง และดอรี่ ปลาอีกตัวที่ออกเดินทางไปด้วยก็มีสีสันมาก จนได้สร้างภาคต่อที่เกี่ยวกับตัวมันด้วย

Toy Story (1995-2019)

วู้ดดี้ ของเล่นคาวบอยตัวโปรดของ แอนดี้ เด็กชายวัย 6 ขวบ ที่สถานะของเล่นตัวโปรดนั้นเริ่มจะสั่นคลอน เมื่อก่อนวันเกิดของแอนดี้นั้น ได้รับของขวัญชิ้นใหม่เป็นของเล่นตำรวจอวกาศใหม่ล่าสุดนามว่า บัซ ไลท์เยียร์ การเข้ามาของ บัซ นั้นสร้างความไม่พอใจให้กับ วู้ดดี้ เป็นอย่างมาก เลยทำให้ทั้งคู่ต้องแย่งชิงการเป็นของเล่นตัวโปรด จนกระทั่งทั้งคู่ตกไปอยู่ในบ้านของเด็กข้างบ้านจอมทำลายของเล่น ทั้งคู่จึงต้องวางความเป็นอริและจับมือกันเพื่อกลับมาหา แอนดี้ของพวกเขาให้ได้

Toy Story ก็เป็นอีกจุดเริ่มต้นของหลายๆ อย่าง ทั้งการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคแบบเต็มตัว การที่แสดงให้เห็นถึงว่าการ์ตูนนั้นก็ไม่ใช่สำหรับเด็กอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เรื่องนี้ยังเหมาะกับผู้ใหญ่หัวใจเด็ก ที่พาคนดูไปหวนรำลึกถึงวันเก่าๆ ในวันที่เรามีของเล่นตัวโปรดที่รักและผูกพันกับมันได้เป็นอย่างดี และยิ่งถ้ามีเวลาไล่ดูไปจนถึงภาค 3 แล้ว รับรองได้ว่าผู้ใหญ่หัวใจเด็กทุกคนน่าจะได้มีโอกาสน้ำตาร่วงไปกับบรรดาแก๊งของเล่นแก๊งนี้อย่างแน่นอนเลย ถึงแม้ว่าภาค 4 จะดรอปไปหน่อย แต่เราก็ชอบมิตรภาพของพวกมันในแต่ละภาคอยู่ดี

Coco (2017)

มิเกล ริเวรา เด็กชายชาวเม็กซิกันวัย 12 ขวบ ที่เกิดมาในครอบครัวที่ต่อต้านการเล่นดนตรี จากปมที่ฝังใจของตระกูลเมื่อปู่ของเขาเคยทิ้งครอบครัวไปเพื่อเล่นดนตรี แต่มิเกลก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะเล่นดนตรีต่อไป เขาจึงต้องแอบไปขโมยกีต้าร์จากหลุมศพของ เออร์เนสโตต เดอ ลา ครูซ นักร้องชื่อในตำนาน เพื่อเข้าประกวดงานดนตรีประจำปี เมื่อเขาดันไปสัมผัสกีต้าร์ตัวนั้น มันก็ทำให้เขาได้กลายเป็นวิญญาณและก้าวไปผจญภัยในโลกหลังความตาย เขาจึงต้องหาวิธีกลับไปสู่โลกเดิมก่อนที่จะสายจนเกินไป

เรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอหนังที่มองหา Animation คุณภาพชั้นเยี่ยม เพราะเรื่องนี้มีในครบทุกองค์ประกอบที่ Animation ดีๆ ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นงานภาพที่สวยงาม ทั้งในส่วนฉากหลังและตัวละครที่ถูกออกแบบมาอย่างใส่ในรายละเอียดเป็นอย่างมาก พร้อมกับเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว และโลกหลังความตายที่ถ่ายทอดออกมาได้มีความลุ่มลึก มีประเด็นที่ได้นำไปคิดต่ออีกมากมาย แม้ว่าวัฒนธรรมที่ไกลตัวก็อาจทำให้หลายคนอินได้ยาก แต่ด้วยองค์ประกอบอื่นๆ แล้วนั้น มันก็ยังควรค่าที่จัดเป็น Animation ชั้นเยี่ยมอยู่ดี

Up (2009)

Carl คุณปู่ในวัย 78 ปี ที่เคยแต่งงานมีคนรัก และทั้งคู่ก็มีความฝันที่จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน แต่แล้วเธอก็จากไปเสียก่อน ทำให้เขายึดติดกับตัวบ้านที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนความทรงจำของเขากับภรรยามากๆ ในวัยบั้นปลายของชีวิต เขายังคงตัดสินใจตามฝัน ด้วยการนำลูกโป่งจำนวนมากติดไว้กับบ้าน เพื่อให้บ้านลอยขึ้นไป และออกเดินทางท่องเที่ยวตามที่ตั่งใจเอาไว้ แต่แล้วเขาก็กลับพบกับ รัสเซล ลูกเสือตัวน้อยวัย 9 ขวบ ที่ดันจับพลัดจับผลูขึ้นมากับเขาพอดีเลยได้ออกผจญภัยกับบ้านลอยได้ไปด้วยกัน

โดยปกติเรามักที่จะน้ำตาแตกกันในช่วงท้ายๆ ของหนัง จากการที่มันค่อยๆ บิวท์เรามาตั้งแต่ต้น แต่เรื่องนี้ดันเป็นส่วนที่กลับด้าน เมื่อแค่เปิดฉากมาให้เราได้เห็นถึงความรักของปู่ ก็ชวนเอาน้ำตาคลอกันไปแล้ว อีกทั้งเนื้อหาต่อจากนี้ก็ค่อนข้างบรรเจิดมากกับการผจญภัยไปในบ้านติดลูกโป่งลอยได้ สิ่งที่เห็นในหนังเรื่องนี้ก็จะเป็นในเรื่องของช่องว่างระหว่างวัย ของคน Baby Boomer กับเด็ก Gen ใหม่ที่เพิ่งกำลังเติบโตขึ้นมา ทำให้คนทั้งสองที่เกิดมาและใช้ชีวิตในโลกที่ต่างกัน ควรที่จะพยายามปรับตัวปรับใจเข้าหากันมากขึ้น เหมือนอย่างสภาพสังคมในทุกวันนี้

The Incredibles (2004)

บ็อบ หรือมิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล ชายผู้เป็นมือหนึ่งในการต่อสู้กับเหล่าร้ายในทุกวัน จนนับเป็นฮีโร่ระดับต้นๆ จนกระทั่ง 15 ปีต่อมา เขาก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเฮเลน พร้อมกับลูกๆ อีก 3 คน และถูกบังคับให้ใช้ชีวิตแบบคนปกติ จนทำให้ บ็อบ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชีวิตแบบนี้มากๆ จนกระทั่งเขาได้รับมอบหมายภารกิจลับอีกครั้ง จนทำให้คนในครอบครัวของเขาต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 

เรียกได้ว่าผู้กำกับ แบรด เบิร์ด จัดเต็มมาก กับการสร้างสรรค์อนิเมชั่นแนวแอคชั่นออกมาได้อย่างมันส์มือ มีสีสัน มันส์ ซึ้งไปในเวลาเดียวกัน โดยในเรื่องนั้นสร้างคาแรคเตอร์แต่ละตัวละครได้สนุกดี ในบทบาท พ่อ แม่ และลูกๆ แต่ละวัย ก็สะท้อนสังคมเมืองอเมริกันได้เป็นอย่างดี แถมภาพสะท้อนเรื่องการ Burnout จากการทำงานที่ไม่ได้ชอบก็น่าสนใจ ไปจนถึงมุมมองการใช้ชีวิตแบบปกติและมีความฝันในแบบคนธรรมดา จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่เท่าไรหรอกนะ

Ratatouille (2007)

Remy หนูสัญชาติฝรั่งเศสที่หวังจะเป็นสุดยอดเชฟให้ได้ วันหนึ่ง Remy ก็ได้โอกาสเข้ามาอยู่ในภัตคารสุดหรูในเมือง ปารีส โดยมี Auguste Gusteau ชายผู้เปรียบเสมือนเป็นไอดอลด้านการทำอาหารในดวงใจเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ แต่ด้วยความที่เขาเป็นหนูและไม่สามารถเปิดเผยตัวได้จึงอาศัยช่วยเหลือ Linguini พ่อครัวที่ไม่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารเลย จนได้ผลงานชั้นเลิศออกมามากมาย ในขณะที่ทางร้านก็พยายามที่จะกำจัดหนูออกไปพ้นทาง จึงเกิดเป็นเรื่องชุลมุนวุ่นวายขึ้น

นับเป็นการจับคู่ที่เป็นขั้วตรงข้ามเหลือเกิน กับการที่ใช้หนูที่ปกติแล้วเป็นสัญลักษณ์ของความสกปรกมาเป็นตัวเอกใน Animation ที่เกี่ยวกับอาหาร และยังใช้ชื่อเรื่องที่สื่อได้สองความหมายอย่าง Ratatouille ที่เป็นอาหารฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง โดยมีคำว่า Rat ที่เป็นตัวเอกของเรื่องอยู่ข้างในนั้นด้วย ทำให้หนังสามารถเล่นเรื่องการที่อย่าให้ใครมาหยุดยั้งความฝันได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าหลายๆ คนจะมองว่าเราไม่เหมาะก็ตาม ในเมื่อมันเป็นความฝันของตัวเอง สิ่งที่จะหยุดยั้งมันได้ก็คงมีแต่ตัวเราเองเท่านั้น จนไม่แปลกใจที่ใครจะได้รับแรงบันดาลใจจาก Animation เรื่องนี้กันมากมาย

Monster Inc (2001)

ซัลลีย์ และไมค์ สัตว์ประหลาดสองตัวที่เพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน พวกเขาทำงานในบริษัา Monster, Inc. ที่มีหน้าที่เก็บพลังงานที่รับจากการกรีดร้องของมนุษย์ ทั้งสองตัวนั้นทำผลงานได้ดีและเป็นพนักงานดีเด่นของบริษัท จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาก็พบว่า มีเด็กหญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า บู ดันหลุดเข้ามาในโลกของเขา พวกเขาจึงต้องพยายามพาเธอนั้นหนีออกมาจากโรงงานของพวกเขาได้อย่างปลอดภัย

อนิเมชั่นเรื่องแรกๆ ที่เริ่มเข้าสู่ยุค CG แบบเต็มตัว และเริ่มรังสรรค์รายละเอียดได้มากขึ้น เห็นขนตัวละครแบบเป็นเส้นๆ และมีของมากมายประกอบฉากมากขึ้น แถมตัวพล็อตยังค่อนข้างใหม่ มีความ Creative เป็นอย่างมาก เพราะพูดถึงเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และยังสะท้อนภาพในโลกของการสร้างความกลัวได้อย่างน่าสนใจ จนเป็นอีกประเด็นสำคัญของเรื่องราว ที่สอนให้คนเรานั้น พยายามเอาชนะความกลัวที่ตัวเองมีอยู่ และการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนที่จะกลัวได้อย่างสนุกมากๆ 

Wall E (2008)

Wall-E หุ่นยนต์บีบอัดขยะที่ใช้ชีวิตบนโลกมาอย่างเดี่ยวดายกว่า 700 ปี ด้วยการทำหน้าที่กำจัดขยะในโลกมนุษย์ ที่ไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะอพยพกันขึ้นไปยานอวกาศกันหมด เพื่อรอให้สภาพแวดล้อมในโลกกลับมาอยู่ได้อีกครั้ง แต่แล้ววันหนึ่ง Wall-E ก็ได้พบกับ Eve หุ่นยนต์อีกตัวที่มนุษย์ส่งมาในโลก เพื่อตามหา พืช เพื่อใช้เป็นสัญญาณว่าโลกมนุษย์นั้นสามารถกลับมาอยู่ได้อีกครั้งแล้ว จนทำให้เกิดเป็นมิตรภาพและความรักที่เกิดขึ้นของหุ่นอัดขยะขี้เหงารายนี้

แม้ตัวละครหลักจะเป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์น่ารักทั้งสองตัว แต่หากพิจารณาถึงฉากหลังดีๆ แล้ว Animation เรื่องนี้กลับพูดถึงปัญหาสภาพแวดล้อม และปัญหาขยะล้นโลกอย่างหนักหน่วง ดูจากการทำงานของ Wall-E ที่มาผ่านหลายร้อยปีกยังไม่หมดไม่สิ้น จนยากที่โลกจะกลายเป็นพื้นที่ให้โลกมนุษย์กลับมาอยู่ได้ ทำให้ตอนนี้หลังจาก Animation ผ่านมาเป็น 10 กว่าปี เราก็ได้แต่พบว่าโลกเรามันเริ่มกลายเป็นเหมือนใน Animation มากขึ้น ทั้งปริมาณขนะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิถีชีวิตของคนในโลกอนาคต ที่ดูแล้วช่างใกล้เคียงกับปัจจุบันเหลือเกิน