Blue Giant (2024)

เป่าฝันให้เต็มฟ้า

Blue Giant Poster
8.5/10

คะแนน
โกดังหนัง

ดนตรีแจ๊สอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่หนังเรื่องนี้กลับร้อยเรียงออกมาได้บันเทิงมาก ความฝันความมุ่งมั่น แรงบันดาลใจ ทำให้เนื้อหาเข้าใจง่ายทันที เป็นหนังดนตรีที่โคตรเจ๋งในรอบกว่า 10 ปีนับตั้งแต่ Whiplash

หมวดหมู่ : Animation
สัญชาติ : Japanese
กำกับโดย : Yuzuru Tachikawa
ความยาว : 2 ชั่วโมง
นักแสดงนำ : Yuki Yamada, Shôtarô Mamiya

คำคมจากภาพยนตร์

"คนที่เป็นเพื่อนกัน เขาไม่ทิ้งกันยามลำบากหรอกนะ"

เรื่องย่อ

ได มิยาโมโตะ เด็กวัย 18 ปี ที่ใฝ่ฝันและหลงใหลอยากเป็นนักดนตรีแจ๊สเขาฝึกฝนตัวเองด้วยการเป่าแซกโซโฟน เขาหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เดินทางออกจากบ้านไปล่าฝันเป็นนักดนตรีที่โตเกียว จนได้พบกับ ซาวาเบะ ยูกิโนริ นักเปียโน่พรสวรรค์ที่บรรเลงเพลงได้เพราะ และ ทามาดะ ชุนจิ อดีตบอลที่ไปไม่รุ่งกับกีฬาที่ผันตัวมาตีกลองทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ไม่เคยเล่นอะไรมาก่อน พวกเขาเลือกทำวงดนตรี แต่เส้นทางการล่าฝันมันไม่เคยมีคำว่าง่ายเลยสักนิด

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Blue Giant เป็นหนังดนตรีที่คนที่รักเสียงเพลงไม่ควรพลาด หรือต่อให้คุณชอบฟังเพลงก็ควรชมสักครั้ง มัันเป็นมากกว่าหนังดนตรี แถมทุกครั้งเวลามีหนังดนตรีมักจะมีอะไรพิเศษอยู่เสมอ ศาสตร์ดนตรีไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะนำเสนอในมุมมองใหม่ๆบนจอภาพยนตร์ และนี่คืออนิเมะที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดัง แถมประเด็นหลักในเรื่องคือดนตรีแจ๊สอีกตั้งหาก แต่สุดท้ายหนังเรื่องนี้มันเติมเต็มแรงบันดาลใจให้ผู้ชม ตลอด 2 ชั่วโมงหนังธรรมดาเรื่องนี้มีความมหัศจรรย์ ฮีลใจ บอกให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าความฝันจะสำเร็จไม่สำเร็จนอกจากลงมือทำแล้ว โอกาสก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

รีวิว / สรุปเนื้อหา

นี่คือหนังดนตรีเรื่องแรกในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่ Whiplash ที่พอดูจบแล้ว มีความกระหายที่อยากจะทำในสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบต่อไปไม่มีวันหยุด หนังไม่ได้แฝงไปด้วยคุณครูจอมโหดที่เน้นบดขยี้ลูกศิษย์แต่เรื่องนี้ เน้นไปที่เป้าหมาย ฝัน และการลงมือที่ไม่ได้ใช้แค่ความพยายามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องอยู่ในจังหวะและโอกาสเพราะหลายๆครั้งชีวิตคนเรามีฝัน เล่นดนตรีเก่ง แต่โชคชะตาไม่เคยเป็นใจมีเยอะแยะ หนังร้อยเรียงเรื่องราวได้น่าประทับใจ เริ่มต้นจากความฝันรวมวงแล้วก็ต่อสู้เพื่อแสว่งหาโอกาส ตัวละครหลักยอมแลกยอมทิ้งทุกอย่างจากบ้านมาเมืองหลวงเพื่อเป็นนักดนตรีเขาทุ่มเทหมดหน้าตัก แต่ส่วนเพื่อนอีก 2 คนยังลังเลว่าจะเอาไงต่อดี อาชีพดนตรีไม่มีความมั่นคงอยู่วันยังค่ำ ถ้าหากเล่นแล้วไม่ได้รับโอกาสได้เล่นร้านดีๆ ได้ค่าตอบแทนสูงๆอาจบั่นทอนชีวิต ค่อนข้างชอบเส้นเรื่องที่เล่าให้สะท้อนกับภาพความจริงๆชีวิตคนเราไม่แน่นอน ความฝันกับความจริงมันไม่เคยเป็นเรื่องง่ายๆ ตัวละครมีเป้าหมายเป็นนักดนตรี แต่มุมมองชีวิตค่อนข้างต่างกัน ไม่แปลกใจที่ระหว่างทางมันมีบททดสอบที่เข้ามารบกวนจิตใจ 3 สมาชิกวงแจ๊สวงนี้อยู่เรื่อยๆจนอาจสั่นคลอนกับมิตรภาพของพวกเขา

โจทย์ยากของหนังดนตรี คือจะทำอย่างไรให้คนเล่นดนตรีไม่เป็น หรือไม่ได้เป็นนักดนตรี หรือคนที่เข้าใจดนตรีแจ๊สดูเรื่องนี้รู้เรื่อง หนังทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีชัดเจนว่าสื่อสารประเด็นไหน หนังไม่หลุดกรอบไม่หลงประเด็น เนื้อหาหนังไม่ได้มีความแปลกใหม่ แต่กลับหยิบเรื่องง่ายๆนำเสนอได้กลมกล่อม การดัดแปลงจากมังงะชื่อดังที่เนื้อหาเยอะแยะ แต่หล่อหลอมเป็นหนัง 2 ชั่วโมงที่ได้ค่อนข้างดี บทหนังค่อยๆฉายภาพพัฒนาการของตัวละครได้อย่างชัดเจน มีทั้งฝัน มีทั้งความเปราะบาง มีทั้งความจริงที่พวกเขาต้องแบกรับ คาดเดาอะไรไม่ได้ ฉากเล่นดนตรี เสียงแซกโซโฟน เสียงเปียโน่ เสียงกลอง เพลงในหนังบรรเลงได้อร่อยเหาะ การดูหนังบนจอยักษ์ซาวด์กระหึ่มทันที การนำเพลงแจ๊สที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง กลับถ่ายทอดออกมาได้อย่างเพลิดเพลิน ทำคนดูโลดเต้นไปกับเรื่องราวซึ่งเป็นหมัดเด็ดของหนังเรื่องนี้ หนังมีบทที่แข็งแรงงานภาพที่งดงาม ทำให้องค์ประกอบเข้าที่เข้าทาง ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้กำกับถึงเลือกจะทำเป็นอนิเมะ เพราะหนังเวอร์ชั่นคนแสดงอาจทำไม่ได้แบบนี้

หนังชูมิตรภาพของตัวละครที่แม้ว่าจะมีคนเก่งกาจและศาสตร์ดนตรี Jazz คนเก่งเท่านั้นถึงจะไม่รอด แต่บทไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าตัวละครต้องเก่งเสมอไป ตรงข้ามแม้ว่าบางคนจะอ่อนหัดไม่เก่ง แต่ตัวละครไม่ทอดทิ้งไม่ได้หักหลังทรยศทำร้ายกันแบบวงร็อค บทหนังมีคำพูดคมๆโดนเพียบ Jazz เป็นศาสตร์ที่คนมากมายที่เล่นดนตรีไม่เป็นไม่เก่งมักคิดว่ายากที่จะเข้าใจ แต่ความไพเราะเสียงเพลงที่บรรเลงในการ์ตูนเรื่องนี้มันเรียบเรียงได้ง่ายเมโลดี้ลื่นหู หนังทำให้คนทั่วไปเข้าใจ Jazz ได้ง่ายขึ้นทันที

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • Shinichi Ishizuka คนแต่งมังงะชุดนี้ยืนยันว่าถ้าหากมีการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ต้องทำเป็นการ์ตูนเท่านั้นห้ามไม่ให้ทำเวอร์ชั่นคนแสดง