Casino Royale (2006)

007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก

Casino Royale Poster
10/10

คะแนน
โกดังหนัง

จุดกำเนิดของ บอนด์ ที่มีความเป็นมนุษย์ที่สุดของแฟรนไชส์
อีกหนึ่งที่มันส์สะใจ และโรแมนติกดราม่าได้ดี จนน่าเอาขึ้นหิ้ง

หมวดหมู่ : Action Adventure Thriller
สัญชาติ : American
กำกับโดย : Martin Campbell
ความยาว : 2 ชั่วโมง 24 นาที
นักแสดงนำ : Daniel Craig, Eva Green, Judi Dench

คำคมจากภาพยนตร์

“The job’s done and the bitch is dead.”
“งานเสร็จเรียบร้อย และยัยชั่วนั่นก็ตายไปแล้ว...”

เรื่องย่อ

เจมส์ บอนด์ สายลับรหัสอันตราย 007 ในช่วงที่เพิ่งเข้ามาเป็นสายลับใหม่ เขาได้รับภารกิจที่ต้องเข้าหา เลอ ชีฟ นายธนาคารที่ทำงานให้กับผู้ก่อการร้ายระดับโลก โดยเริ่มต้นที่บ่อน คาสิโน รอยัล เพื่อเป็นการสืบสาวไปยังต้นตอของผู้ร้ายข้ามชาติ และกลุ่มก่อการร้ายระดับโลก ร่วมกับ เวสเปอร์ ลินด์ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อดูแลเรื่องเงินมหาศาลนี้ด้วย ทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องเอาชีวิตมาเป็นเดิมพันกับภารกิจสุดอันตรายในครั้งนี้

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Casino Royale นับเป็นอีก James Bond ภาคโปรดของใครหลายๆ คน จากการเปลี่ยนแปลงโฉมของ Bond ใหม่ จากที่ดูเป็นสายลับแฟนตาซีเน้นของเล่นมากมาย ไปสู่สายลับที่มีความเป็นมนุษย์และมีหัวใจมากขึ้น จนทำให้หนังทำงานได้ดีทั้งในพาร์ทแอคชั่น ดราม่า และโรแมนติค ลงตัวไปเสียทุกทาง อีกทั้งด้วยการแสดงของ Daniel Craig ที่ลบคำสบประมาทที่เคยมีไปได้จนหมด ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีแล้วว่าภาคนี้ดีงามขนาดไหน หากใครเป็นแฟนหนังบอนด์รับลองได้ว่าต้องดูอยู่แล้ว แต่ใครกำลังจะเริ่มต้นนั้น Casino Royale คือจุดเริ่มต้นที่ดีของหนังสายลับชุดนี้ในยุคใหม่กันเลย

  • สายหนังแอคชั่นสายลับ
  • สายหนังสายลับ 007

 

รีวิว / สรุปเนื้อหา

อีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับแฟรนไชส์สายลับตลอดกาลอย่าง James Bond 007 ที่ภาคนี้ได้ผู้กำกับ Martin Campbell ที่เคยทำให้แฟรนไชส์ของ Bond นั้นกลับมามีชีวิตชีวา และต่อลมหายใจให้ได้โด่งดังมาแล้วใน Goldeneye ที่ตอนนั้นเป็นการเปิดตัวให้กับ Pierce Brosnan โด่งดังเป็นพลุแตก จนมาถึงยุคนี้ เขาก็ทำได้อีกครั้ง ที่ทำให้ Daniel Craig กลายมาเป็น Bond ที่มีความเป็นมนุษย์ มีหัวใจ จนกลายเป็น Bond ขวัญใจใครหลายๆ คนได้อย่างสวยงาม แม้ว่ากระแสในช่วงแรกจะออกมาในเชิงต่อต้านกันเละเทะเลยก็ตาม

ตัวหนังภาคนี้ทำออกมาได้สนุกมาก กับคาแรคเตอร์ของ Bond ที่สุดบ้าบิ่นมุทะลุและไม่ยอมฟังใคร แต่ก็มีพื้นที่ให้ตัวละครได้ค่อยๆ พัฒนา ให้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากบทเรียนที่เขาได้รับในหนังภาคนี้ ซึ่งความที่คาแรคเตอร์ของเขาออกมาแบบนี้ มันเลยช่วยเสริมฉากแอคชั่นของหนังได้ออกมาดุเด็ดเผ็ดมันส์มาก และสร้างความสะใจได้เป็นอย่างดีในแต่ละฉาก และนอกจากนี้ในส่วนของความมีหัวใจของตัวละครในภาคนี้ มันก็นำไปสู่รักโรแมนติคที่สวยงามกว่า Bond ภาคไหน รวมถึงพาร์ทดราม่าขยี้หัวใจ ที่อดไม่ได้ที่จะต้องเสียน้ำตา

ด้วยความกลมกล่อมครบรส ประกอบกับการที่คนไม่ได้เห็น Bond ในโหมดจริงจังมาซะนาน เพราะภาคหลังๆ ของ Pierce Brosnan นั้นเน้นไปทางอุปกรณ์ Gadget เท่ๆ เสียมากกว่า เลยทำให้ภาคนี้เป็นการกลับมาครั้งใหญ่ พร้อมกับคุณภาพที่จัดเต็มไปซะทุกด้าน และพระเอกอย่าง Daniel Craig ก็สามารถลบคำสบประมาททุกอย่างตั้งแต่ก่อนหนังฉายได้อย่างหมดจด จนนำไปสู่ Bond ภาคที่ดีที่สุดของใครหลายๆ คน และมีฉากที่น่าจดจำมากมาย อย่างฉากตีไข่ที่คงเป็นตำนานที่ต้องพูดถึงไปอีกตลอดกาลของหนังชุดนี้

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • ตอนแรก Daniel Craig ปฏิเสธที่จะมาเป็น James Bond ด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าหนังชุดนี้ก็เป็นหนังสูตรสำเร็จธรรมดาๆ เรื่องนึง แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้อ่านบทหนังภาค Casino Royale จนจบ ก็เลยตั้งใจว่าจะเป็น Bond ให้ได้
  • เพื่อรับบทนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดาราอย่าง Daniel Craig ถึงกับเพิ่มน้ำหนักกว่า 20 ปอนด์ และเน้นทานแต่โปรตีน ลดแป้งให้ได้มากที่สุด จากนั้นออกกำลังกายถึง 5 วันต่อสัปดาห์ และเล่นคาดิโอในช่วงสุดสัปดาห์ นอกจากนี้เขายังอ่านผลงานของ Ian Fleming ผู้แต่งนิยาย James Bond แทบทั้งหมด เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับบทนี้ และไม่ทำให้แฟนๆ ของหนังชุดนี้จะต้องผิดหวัง และมันก็ออกมาดีมากๆ เลยทีเดียว