Signals (2016)

สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา

Signals Poster
10/10

คะแนน
โกดังหนัง

งานสืบสวนสอบสวนที่สนุก ปมปริศนาสลับซับซ้อน การหยิบคดีปริศนาในเกาหลีมาตีความเป็นพล็อตเรื่องไซไฟช่วยกันไล่ล่าหาตัวคนร้าย น่าติดตามทุกตอน

หมวดหมู่ : Crime Mystery
สัญชาติ : Korean
กำกับโดย : Kim Won-seok
ความยาว : 16 Episodes
นักแสดงนำ : Lee Je-hoon, Kim Hye-soo, Cho Jin-woong

คำคมจากภาพยนตร์

"ผมเป็นตำรวจมีหน้าที่รักษากฏหมาย ไม่ได้รับใช้นักการเมืองคนมีเงิน"

เรื่องย่อ

พัคฮเยยอง ย้ายมาประจำการอยู่ที่สถานตำรวจจินยังนั้น เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาจากวิทยุสื่อสารเก่าๆ เครื่องหนึ่งอยู่ในถุงขยะที่กำลังจะนำไปทิ้ง โดยปลายสายของวิทยุสื่อสารนั้นคือ ตำรวจสายสืบอีแจฮัน ที่หายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว โดย อีแจฮัน ได้พูดถึงเบาะแสสำคัญอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน และกำลังจะหมดอายุความ พวกเขาจึงต้องพยายามช่วยกันสืบหาตัวคนร้ายตัวจริงให้ได้ก่อนที่คดีนี้จะหมดอายุความในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ Signals เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับคนที่ชอบหนังสไตล์สืบสวนสอบสวนโดยเฉพาะคงไม่มีชาติไหนที่ทำคอนเทนต์สไตล์นี้ได้มันส์ดุเดือดสะใจได้เท่ากับเกาหลีอีกแล้ว คุณไม่จำเปนต้องเป็นสายเกาดูพระเอกหล่อๆ เพราะเรื่องนี้เนื้อหาซัดเน้นๆ สลับซับซ้อนได้ดูได้คิดตาม พล็อตเรื่องเข้มข้นดุดันไม่เกรงใจใครของจริง ไม่ได้แค่มาไขคดี แต่ยังหยิบคดีปริศนาระดับตำนานเกาหลีมาโยงใยเข้ากับประเด็นทางสังคม มองดูรายละเอียดของเนิ้อหามันแฝงไปด้วยปัญหาในเกาหลีที่ถูกเพิกเฉยต่อสังคม กลายเป็นความเดือดที่ฟาดฟันถึงข้อบกพร่องของคนจดที่ไม่มีวันได้รับการแก้ไข

  • สายหนังสืบสวนสอบสวน
  • สายหนังระทึกขวัญ
  • สายหนังเกาหลี

รีวิว / สรุปเนื้อหา

สิ่งที่น่าสนใจคือเหมือนเป็นงานสืบสวนสอบสวนเกาหลีทำกันเกลื่อนไปแล้ว แต่นี่คือการทำประเด็นข้ามเวลาแบบหนัง Frequency พอมาตีความแล้วรู้สึกแปลกใหม่ ชื่นชอบการใช้ไทม์ไลน์ระยะห่างของลูปเวลามาเป็นตัวเล่าเรื่อง ผ่านตัวละคร 2 ยุค ที่ต้องทำคดีเรื่องเดียวกันแต่เป็นคนละช่วงเวลา ซึ่งพล็อตเรื่องมันก็อิงมาจากเหตุการณ์จริงๆ Signal เป็นงานที่สนุกลุ้นระทึกในแง่ที่ว่า Based On มาจากคดีฆาตกรรมที่เวลานี้ตำรวจในเกาหลีก็ไขคดีหาตัวคนร้ายไม่ได้ แต่ในซีรีส์ถูกนำมาตีความใหม่ พอบทเขียนมาดีทำให้คอนเทนต์ครบเครื่องมาก ไม่ได้เป็นแค่ตำรวจไล่ล่าคนร้าย แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนดูได้เห็นฆาตกรที่ลงมือฆ่าเหยื่อ หรือการแข่งขันกับเวลาเพื่อหาตัวคนร้าย หรือจะเป็นการสำรวจปมในใจตัวละคร คือแต่ละตอนมันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย ค่อนข้างชอบที่เนื้อหามันพลิกไปพลิกมา ท้าทายคนดูทำให้เราได้คิดตามว่าบทสรุปแต่ละคดีมันจะออกมายังไงพอดูไปดูมาเราจะพบว่าองค์ประกอบแต่ละตอนมันกลายเป็นการเชื่อมโยงกันไปหมด

ไม่แปลกใจที่ภาพของตัวละคร อีแจฮัน เป็นเสมือนตำรวจชั้นผู้น้อยที่สู้เพื่อหาความจริง ซื่อสัตย์กับหน้าที่จรรยาบรรณตัวเอง แต่ตำรวจคนอื่นๆกลับทำตัวอยู่ไปวันๆ เอาจำเจ้านายสร้างภาพเพื่อความอยู่รอด และมันก็สะท้อนให้เห็นความห่วยแตกในสังคม การกล้าเล่นเกี่ยวกับเรื่องของการคอรัปชั่น การใช้อำนาจในทางที่ผิดของผู้ที่มีตำแหน่งระดับสูง ได้เห็นว่าสังคมเกาหลีความยุติธรรมไม่ได้มีอยู่จริง ที่คนถือกฏหมายดันเป็นเครื่องมือของคนรวย นักธุรกิจ นักการเมือง อัยการทนายไปรังแกคนจน สร้างภาพจัดฉากหาแพะรับบาป มีหลายๆฉากที่สะท้อนให้เห็นว่ามีการกลั่นแกล้งกัน ไม่พอใจกับเล่นงานสาระพัด ดูไปดูมาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสังคมไทย คือดูแล้วอินชอบมาก ดูแต่ละตอนอึดอัดแทน มันเต็มไปด้วยความดราม่าความเห็นอกเห็นใจกับเหยื่อผู้สูญเสียจริง ความโหดร้ายชนชั้นเกาหลีมันเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจ

การที่ทีมผู้สร้างเลือกแคสติ้งนักแสดงมาถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมากๆ เริ่มตั้งแต่นักสืบที่ถนัดการวิเคราะห์อย่าง Lee Je-hoon เด็กหนุ่มที่เข้ามาไขคดีไล่ล่าตัวคนร้าย ตำรวจมือใหม่อ่อนหัดในเรื่องการตัดสินใจ แต่ถูกทดแทนในเรื่องไหวพริบถนัดแก้เกมรู้ทันคนร้ายในแต่ละคดี การเลือกเอาหนุ่มที่ไม่ได้หล่อมาก มาสืบคดีไขคดีเป็นอะไรที่เหมาะดี กลายเป็นตัวละครหลักที่ทำให้แต่ละภารกิจคลี่คลายไปได้, Cho Jin-woong หัวใจสำคัญในการกอบกู้คดีฆาตกรรมที่ช่วยให้พล็อตเรื่องในปัจจุบันสมบูรณ์แบบ ชอบที่เขาอาจเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย แต่มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ไม่ยอมก้มหัวให้ความชั่วระบบความอยุติธรรมในสังคม เป็นตำรวจที่บ้าบิ่นต่อสู้ทุกอย่างเพื่อทำให้ทุกคนได้รับความยุติธรรม รู้สึกว่าตัวเอกในช่วงอดีตเหมาะมากที่ไม่ได้เป็นนักแสดงหล่อ อ้วน แก่ คือเหมาะกับลุคตำรวจมากๆ ด้านนางเอก Kim Hye-soo เป็นหัวหน้าสายสืบที่ต้องทำงานหนักเพราะเธออยู่ในช่วงเวลาอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเป็นการแสดงที่ใช้พลังที่ยากมาก จากสายสืบสาวจบใหม่ ต้องกลายมาเป็นหัวหน้าทำภารกิจไขคดีฆาตกรรมที่ปิดไม่ลงในปัจจุบัน

เกร็ดจากหนังเรื่องนี้

  • Kim Eun-hee มือเขียนบทได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Frequency
  • นอกจากจะได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ ยังได้รับความนิยมในอเมริกาด้วย
  • ในเวอร์ชั่นไทยถูกนำมารีเมคในชื่อว่า 2323 สัญญาสัญญาณ
  • หลังจากเวอร์ชั่นเกาหลีประสบความสำเร็จ ทางญี่ปุ่นก็นำไปสร้างใหม่ในปี 2018 ในชื่อ Signals เหมือนกัน
  • Kim Won-seok ผู้กำกับไม่เลือกใช้ดาราแถวหน้าของเกาหลี เพราะต้องการใช้คนที่เหมาะกับบทเพื่อให้ได้ความสมจริงในการเล่าเรื่อง
  • คดีฆาตกรรมในเรื่องดัดแปลงมาจากเหตุการณ์จริงที่ตำรวจเกาหลีใต้ปิดคดีไม่ได้ และทุกเหตุการณ์หยิบยกมาเพื่ออุทิศแก่เหยื่อผู้เสียชีวิต